เจ๋งจริง! “ไอศกรีมข้าวซอย”อาหารคาวในคราบของหวานชูเอกลักษณ์อาหารไทยล้านนา

7833

ท่ามกลางสภาพอากาศที่อบอ้าวช่วงฤดูร้อนอย่างนี้ เชื่อว่าไอศกรีม น่าจะเป็นหนึ่งในของหวาน ที่ผู้คน นิยมรับประทาน เพื่อคลายร้อน และเพิ่มความสดชื่น โดยไอศกรีมปกติทั่วไป ที่ผู้คนคุ้นเคย คงหนีไม่พ้น ไอศกรีมรสชาติพื้นฐานทั่วไป เช่น สตรอเบอรี่,ช็อคโกแลต,วนิลา หรือรสผลไม้ต่างๆ เป็นต้น แต่ที่จังหวัดเชียงใหม่ พบว่ามีร้านไอศกรีมร้านหนึ่งที่สร้างความแปลกใหม่ให้กับไอศกรีมเป็นอย่างมาก เมื่อมีการคิดค้นและประยุกต์สูตรจนสามารถทำไอศกรีมที่มีรสชาติของอาหารคาวที่เป็นอาหารขึ้นชื่อของไทยและภาคเหนือ ออกมาได้อย่างกลมกล่อมลงตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมนูอาหารคาวที่แสดงความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นภาคเหนืออย่างเช่น “ข้าวซอย” ที่ถูกทำให้กลายเป็นอาหารหวานอย่างไอศกรีม พร้อมวางขายเป็นที่ถูกอกถูกใจของผู้ได้ลิ้มลอง เพราะได้ความรู้สึกและรสชาติเสมือนกินข้าวซอยจริงๆ
สำหรับ “ไอศกรีมข้าวซอย” ดังกล่าวนั้น เกิดจากการคิดค้นและทำออกมาเป็นผลสำเร็จโดย “D’CUP ICE CREAM” (ดีคัพ ไอศกรีม) ร้านไอศกรีมโฮมเมด ย่านหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่กลุ่มเพื่อนทั้งพนักงานธนาคาร,วิศวกรคอมพิวเตอร์,พนักงานประจำ และนักศึกษา ร่วมหุ้นกันก่อตั้งและเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ นี้ขึ้นมาเมื่อกว่า 2 ปีที่แล้ว จากความชื่นชอบส่วนตัวและหารายได้เสริม ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นงานหลักของพวกเขาไปแล้ว โดยนางสาวเนตรนภา กันธะอุดม อายุ 30 ปี และนายกรกฎ แก้วชา อายุ 33 ปี หุ้นส่วน“D’CUP ICE CREAM” เปิดเผยว่า ในช่วงแรกเริ่มของการธุรกิจทำไอศกรีมโฮมเมดออกขายกว่า 30 รสชาติ โดยที่ทั้งหมดเป็นรสชาติพื้นฐานเหมือนไอศกรีมที่วางขายทั่วไป จึงเกิดแนวความคิดว่าด้วยความเป็นคนไทยและเป็นคนเชียงใหม่ น่าจะมีวัตถุดิบอะไรบ้างในการทำไอศกรีมนอกเหนือจากวัตถุดิบทั่วไป เพื่อแสดงออกนำเสนอถึงความเป็นเอกลักษณ์ให้ผู้คนได้รับรู้
ทั้งนี้จึงเริ่มคิดค้นเรื่องการนำสมุนไพรและอาหารไทยมาทำให้เป็นรสชาติไอศกรีมที่มีความลงตัวที่สุดระหว่างอาหารหวานและอาหารคาว จนกระทั่งเป็นไอศกรีมข้าวซอย ที่ตั้งชื่อว่า “ไอศกรีมข้าวซอยล้านนา” ซึ่งในส่วนของเนื้อไอศกรีมนั้นจะทำตามปกติ ขณะที่ในส่วนของรสชาตินั้น จะใช้วัตถุดิบทุกอย่างเหมือนกับการปรุงข้าวซอยที่มีส่วนผสมทั้งเครื่องแกง,ผงกะหรี่,กะปิ,กะทิ,มะนาว,มะกรูด,ตะไคร้,พริกแห้ง หรือกระชาย เป็นต้น โดยตำส่วนผสมให้ละเอียด เพื่อทำเป็นน้ำพริกข้าวซอยในสูตรของตัวเอง ซึ่งจะใช้วิธีการตำด้วยมือเท่านั้นไม่ใช้การปั่น เพื่อให้กลิ่นของเครื่องเทศแต่ละชนิดคงอยู่ แล้วนำไปผสมกับกะทิคั้นสดเข้มข้น ไม่ใช้กะทิกล่องพาสเจอไรซ์เพราะจะทำให้รสชาติที่ได้เปลี่ยนไป
จากนั้นจะใช้กระบวนการสกัดให้ได้ส่วนผสมที่เป็นรสชาติและกลิ่นเท่านั้น เพื่อนำไปผสมกับส่วนที่เป็นเนื้อไอศกรีม และผ่านขั้นตอนการผลิตต่างๆ เป็นเวลากว่า 1 วัน จึงจะได้ “ไอศกรีมข้าซอยล้านนา” ที่มีรสชาติหวาน หอม กลิ่นข้าวซอยจริง และจะได้รสเผ็ดในตอนสุดท้ายของแต่ละคำ สามารถนำออกวางขายได้ ซึ่งปัจจุบันมีขายเฉพาะที่หน้าร้าน โดยจะเสิร์ฟในจานที่จัดตกแต่งด้วยเส้นข้าวซอยทอดกรอบเหมือนข้าวซอยจริง ขายในราคา 90 บาท ขณะที่อนาคตมีแผนที่จะผลิตบรรจุถ้วยสำเร็จออกขายด้วย แต่อยู่ระหว่างการดำเนินการ
นอกจากนี้ หุ้นส่วน“D’CUP ICE CREAM” เปิดเผยด้วยว่า ที่ผ่านมา “ไอศกรีมข้าวซอยล้านนา” มีการวิจัยและพัฒนาร่วมกับทางอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยได้รับเลือกส่งเข้าร่วมการประกวดออกแบบเชิงนวัตกรรม ด้านการออกแบบอาหาร ของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เมื่อปลายปี 2560 ที่มีผลงานจากทั่วประเทศเข้าร่วมการประกวด ซึ่ง “ไอศกรีมข้าวซอยล้านนา” ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ขณะที่ล่าสุด“ไอศกรีมข้าวซอยล้านนา”ยังได้รับเลือกจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ให้เป็นตัวแทนประเทศไทยในการแข่งขันนำเสนอแผนธุรกิจสตาร์ทอัพของนักศึกษาในระดับนานาชาติ เพราะหุ้นส่วนคนหนึ่งของร้านเป็นนักศึกษา โดยในระดับเอเชียได้รับรางวัลรองชนะเลิศ และกำลังเข้าร่วมแข่งขันรอบสุดท้ายที่ประเทศแคนาดา ซึ่งนับเป็นความภูมิใจอย่างมากของร้าน
ขณะเดียวกัน หุ้นส่วน“D’CUP ICE CREAM” เปิดเผยอีกว่า นอกจาก “ไอศกรีมข้าวซอยล้านนา” แล้ว ทางร้านยังมีไอศกรีมที่เป็นรสชาติของอาหารคาวที่เป็นเมนูอาหารไทยขึ้นชื่ออื่นๆ อีก ทั้งแกงเขียวหวาน,ผัดกะเพรา,ส้มตำ,ต้มยำ และผัดไทย รวมทั้งยังมีไอศกรีมรสชาติต่างๆ ที่น่าสนใจอีก เช่น ไอศกรีมน้ำเต้าหู้,ไอศกรีมน้ำผึ้งมะนาว,ไอศกรีมมะนาวอัญชัน,ไอศกรีมทุเรียน,ไอศกรีมมะขาม,ไอศกรีมเสาวรส,ไอศกรีมมะม่วง หรือไอศกรีมวาซาบิ เป็นต้น ซึ่งยังไม่นับรวมไอศกรีมรสชาติพิเศษจากวัตถุดิบตามฤดูกาลหรือเทศกาลต่างๆ อีกด้วย โดยร้านตั้งอยู่ตรงข้ามมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตรงปากทางเข้าโครงการเชียงใหม่คอมเพล็กซ์ เปิดบริการทุกวัน 11.00-22.00 น.