ดราม่าฮิโนกิแลนด์ให้การขัดแย้งวัฒนธรรมจว.บอกไม่เกี่ยวแต่กรมฯเผยจว.เป็นผู้เสนอ

392

a7fa156d1006ac469d680277bd19dc0a.jpgเอ๊ะยังไงแน่!! วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ แถลงต่อหน้ารองผู้ว่าเชียงใหม่ บอกไม่มีส่วนรู้เห็นในการเสนอชื่อฮิโนกิแลนด์ แหล่งท่องเที่ยวแบบวัฒนธรรมญี่ปุ่น เป็นแหล่งวัฒนธรรมที่ต้องไป จนทางกระทรวงประกาศรับรองให้เป็น 1 ใน 10 ของไทย แต่ล่าสุดกรมส่งเสริมวัฒนธรรมเปิดเผยเกณฑ์การพิจารณา ต้องผ่านวัฒนธรรมจังหวัดและสภาวัฒนธรรม เป็นผู้เสนอชื่อfc4ef5556122c878d0ead75da12cea76.jpg
จากกระแสดังในโลกโซเชี่ยลหลังจากที่ทางสำนักงานวัฒนธรรจังหวัดเชียงใหม่ ได้โพสต์หลังสือราชการ จากกระทรวงวัฒนธรรม เรื่องของผลการคัดเลือก 10 แหล่งวัฒนธรรมที่ต้องไป ของกระทรวงวัฒนธรรม หลังจากที่มีการส่งสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย ที่ทางกระทรวงวัฒนธรรมได้รับมอบหมายให้คัดเลือกสุดยอดงานด้านวัฒนธรรม เพื่อประกาศยกย่องเชิดชู รณรงค์ให้มีการรักษามรดกศิลปวัฒนธรรม ส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเพิ่มคุณค่า และมูลค่าให้กับศิลปวัฒนธรรม ในระดับท้องถิ่น และระดับชาติ ทั้งนี้ ในประกาศของเอกสารของกระทรวงวัฒนธรรม ลงวันที่ 2 เมษายน 2562 และลงนามโดยนายชาย นครชัย ฮธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ประกาศ 10 สถานที่ ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นแหล่งวัฒนธรรมที่ต้องไป และ 1 ใน10 สถานที่ ที่ได้รับการประกาศให้เป็นแหล่งวัฒนธรรมที่ต้องไป เป็น ฮิโนกิแลนด์ ของจังหวัดเชียงใหม่ หรือ ฮิโนกิแลนด์ บ้านไม้หอมฮิโนกิ ที่อำเภอไชยปราการ จ.เชียงใหม่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของเอกชน ที่สร้างเป็นเมืองจำลองแบบญี่ปุ่น มีการประดับตกแต่งอย่างโคมแดงขนาดยักษ์แบบวัดอาซากุสะที่โตเกียว เสาแดงโทริอิเหมือนที่วัดฟูชิมิอินาริที่เกียวโต ตลอดจนสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ซึ่ง มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักทั้งชาวไทย โดยเฉพาะชาวเชียงใหม่เอง ว่าการส่งเสริมวัฒนธรรม ก็ควรจะเป็นแหล่งเรียนรู้ และเป็นแหล่งวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมไทย และวิถีชีวิตขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวไทยa4953457eabed4af4ddb84f65871fd4c.jpg
ซึ่งวานนี้(14 พค.2562) ทางผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยนายเสน่ห์ สายเย็นใจ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ได้ชี้แจงกับสื่อมวลชนต่อหน้าท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงของการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ของส่วนราชการจังหวัดเชียงใหม่ ที่ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดยได้ยืนยันว่า ตั้งแต่ก่อนมารับตำแหล่งวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ตอนนั้นอยู่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน หรือแม้แต่จนถึงเวลานี้ที่ตนเองมารับตำแหน่งที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการสอบถามย้อนหลังกับทางเจ้าหน้าที่ทุกคนก็ยืนยันว่าไม่มีจดหมายเรื่องดังกล่าวจากกระทรวงในเรื่องของการคัดเลือกหรือสรรหาแหล่งวัฒนธรรมที่ต้องไปอย่างที่มีการประกาศผลการคัดเลือกออกมา แต่อย่างใด และได้สอบถามไปยังกรมส่งเสริมวัฒนธรรมต้นเรื่องก็มีเจ้าหน้าที่มีข้อมูลว่าเป็นการออกสำรวจแบบสอบถามและคัดเลือกจากทางกรมฯเองe4bccfda65c21e1ebb873dcfa4e3c9e5.jpg
อย่างไรก็ตามทางด้านกรมส่งเสริมวัฒนธรรมกลับให้ข้อมูลที่ขัดแย้งกัน โดยทางด้านนายชัยพล สุขเอี่ยม รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เปิดเผยกับทางสื่อมวลชนหลายสำนัก ว่า การคัดเลือกครั้งนี้ ได้จัดทำแบบสำรวจแหล่งวัฒนธรรม โดยให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด สภาวัฒนธรรม และหน่วยงานต่างๆ รวบรวมข้อมูลแหล่งวัฒนธรรมที่ดำเนินการโดยภาคเอกชนและเครือข่ายทางวัฒนธรรม เสนอให้คณะผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการพิจารณาคัดเลือก ตามเกณฑ์ที่กำหนด โดย เกณฑ์การคัดเลือก คือ จะต้อง มีสถานที่ตั้งและที่อยู่ชัดเจน มีตัวอาคารมั่นคงถาวร โดยเป็นสถานที่รวบรวมองค์ความรู้ทางด้านศิลปวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่มีการประยุกต์ ปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับบริบทสังคมอยู่เสมอ เป็นสถานที่ของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถานศึกษา องค์กรการกุศล ชุมชน หรือบุคคลทั่วไป เป็นสถานที่ให้ความรู้ทางด้านศิลปวัฒนธรรมสร้างสรรค์ มีพื้นที่ ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้กับบุคคลทั่วไปได้ และมีการนำเสนอแนวทางการดำเนินการแบบวัฒนธรรมสร้างสรรค์ มีการบูรณาการการจัดกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรม ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เปิดให้บริการเป็นประจำแก่เด็ก เยาวชน และผู้สนใจทั่วไปให้เข้าไปศึกษา หาความรู้ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของชาวไทย และชาวต่างชาติ
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) จึงได้ประกาศผลการคัดเลือก ให้ ฮิโนกิแลนด์ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ เป็น 1 ใน10 แหล่งวัฒนธรรมที่ต้องไปa5d93941da96907983e067cf00985cdd.jpg
อย่างไรก็ตามจากกระแสวิพากษ์วิจารย์จากทางสังคม โดยเฉพาะจากชาวเชียงใหม่ว่าไม่เหมาะสม แม้หลายคนจะยอมรับว่าฮิโนกิแลนด์เอง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ สวยงาม และเจ้าของเป็นเอกชนที่ต้องการจะสร้างสรรค์ให้เกิดสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าจังหวัด แต่อยากให้คำนึงถึงเรื่องของการส่งเสริมวัฒนธรรมที่เป็นไทยมากกว่าเนื่องจากเป็นหน่วยงานราชการของไทยเองที่จัดการคัดสรรครั้งนี้ โดยเฉพาะกรมส่งเสริมวัฒนธรรมด้วย ก็อยากให้ส่งเสริมสถานที่และวัฒนธรรมที่เป็นไทยก่อนเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งเชื่อว่าเชียงใหม่มีอีกหลายสถานที่ที่สามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยงเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับคนไทยโดยตรง ซึ่งทางกรมส่งเสริมวัฒนธรรมเองก็พร้อมที่จะมีการทบทวนในเรื่องดังกล่าวแล้วเช่นกัน