ยามเฝ้าวัดว่าที่นิสิตสัตวแพทย์จุฬาแถมได้ทุนฟ้าหญิงจุฬาภรณ์เปิดใจความสำเร็จ

3276

ยามเฝ้าวัด!!!แต่เป็นถึงว่าที่นิสิต คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังสอบติดถึง 2 ที่ ทั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่เลือกรับทุนฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ เข้าสู่รั้วจามจุฬี เผยชีวิตยากจนแต่ตั้งใจเรียนเพื่อรับทุนแบ่งเบาภาระแม่เลี้ยงเดี่ยว สมัครมาเป็น รปภ.วัดเจดีย์หลวงราชวรวิหาร ที่เชียงใหม่ได้ 2 เดือนเพื่อหาเงินเดินทางไปเรียน ให้กำลังใจทุกคน ทุกอาชีพ หากมีความตั้งใจจริงก็จะประสบความสำเร็จตามที่หวัง
645061e344ee1e604086c908bad553dc.jpgที่วัดเจดีย์หลวงราชวรวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่ มีเรื่องที่น่าชื่นชมยินดักับหนุ่มน้อย วัย 18 ปี ที่เป็น “ยามเฝ้าประตูวัด” หรือพนักงานรักษาความปลอดภัยของบริษัทชัยภูมิ โปรการ์ด ที่รับผิดชอบดูแลรักษาความปลอดภัย และการจราจรของทางวัด แต่น้องวี หรือนายวีรพงศ์ แซ่หาญ อายุ 18 ปี เด็กเก่งที่เพิ่งจบชั้น ม.ปลายจากโรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม จังหวัดน่าน มาได้ไม่ถึง 3 เดือน แต่มีดีกรีเป็นถึงว่าที่นิสิต คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปีการศึกษา 2562 นี้ด้วย5b8c58a74f45ff3c0d8e8a1089d16e2d.jpgทีมข่าวได้ติดตามไปที่วัดเจดีย์หลวงฯ พบน้องวี หรือนาย วีรพงศ์ แซ่หาญ ในชุดพนักงานรักษาความปลอดภัยที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ซุ้มประตูของวัดอำนวยความสะดวกด้านการจราจรกับเพื่อน รปภ.อีก 2 คน ตามปกติดที่เคยทำมาตลอดเวลากว่า 2 เดือน ซึ่งน้องวี ได้เปิดใจเล่าถึงที่มที่ไป ทั้งอาชีพ รปภ. และว่าที่นิสิต จุฬาฯ ว่า แต่ก่อนตนเองอาศัยอยู่กับแม่ที่แยกทางกับพ่อ มาตั้งแต่ 6-7 ปีก่อน และอาศัยอยู่กับแม่ที่อำเภอท่าวังผา จ.น่าน 8b8ca9e1a98af2d2f52a4da2159406da.jpgโดยมีฐานะค่อนข้างยากจน แม่อาชีพรับจ้างหาเช้ากินค่ำ แต่ตนเองเป็นลูกคนเดียวเงินรับจ้างแต่ละเดือนของแม่ 6-7 พันบาทก็พอเลี้ยงดูกันสองแม่ลูกได้ ไม่พอแม่ยังสามารถเก็บเงินสร้างบ้านหลักเล็กๆ ให้อยู่อาศัยกันมา ตนเองจึงมีความตั้งใจมาตั้งแต่เด็กที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของแม่ สิ่งที่ทำได้คือต้องตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด เพื่อที่จะหาทุนการศึกษามาเพื่อแบ่งเบาภาระของแม่ จนได้รับทุนของมูลนิธิ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จนจบชั้นมัธยมปลายเมื่อช่วงประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา และมีผลการเรียนดีมาตลอดเกรดล่าสุดเทอมสุดท้าย ม.6 ได้เกรดเฉลี่ย 3.92 จึงได้ใช้ผลการเรียนยืนสมัครเข้ารับการคัดเลือกในระดับมหาวิทยาลัย คือได้ยืนไป 2 ที่ คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย033b315d251c14bc210823028a4a0111.jpgซึ่งในช่วงที่รอผลการคัดเลือกเข้ามาหวิทยาลัย ก็หวังที่จะหารายได้มาจุนเจือครอบครัว และที่สำคัญต้องหาเงินไว้สำหรับการที่จะต้องใช้จ่ายในการเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย จึงได้เดินทางมาสมัครงานเป็น รปภ.กับบริษัทดังกล่าว ตามที่มีรุ่นพี่ทำงานอยู่ที่นี่ เพราะเห็นว่ารายได้ดี และมีสวัสดิการพร้อม เริ่มงานมาได้จนถึงวันนี้ประมาณ 2 เดือนครึ่ง แต่ช่วงประกาศผลตนเองรู้สึกดีใจที่สุดในชีวิตจากความพากเพียรของตนเองที่ตั้งใจเรียนมาตลอดจนได้รับการคัดเลือกให้เข้าศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่งที่ตนเองได้ยื่นไปa5dbc2cd2d583dd1062e8012578f5c83.jpgจึงตัดสินใจเลือกไปเรียนที่ คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เนื่องจากเป็นสิ่งที่ตนเองอยากเรียน และอยากเป็นมาตลอดทั้งชีวิตที่ตั้งใจ แรกเริ่มอยากเป็นแพทย์ แต่ดูคะแนนแล้วอาจจะไม่ถึง จึงเลือกที่จะลงในสาขาวิชาชีพที่ใกล้เคียงกันก็คือสัตวแพทย์ และที่สำคัญยังได้ทุนประเภท ก ของมูลนิธิ จุฬาภรณ์ฯ ทั้งค่าเล่าเรียน ค่าอาหาร และค่าที่พักตอดจนจบการศึกษาด้วย ตอนนี้เงินที่หาได้จากอาชีพ รปภ.ก็จะกลายเป็นทุนค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ซึ่งในวันที่ 22 พ.ค.นี้ก็จะพาแม่ไปมอบตัว และทำสัญญารับทุน ที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย70846d6504c0134e5aaadf7d9b5d55fe.jpgต่อจากนี้ไปก็จะลาออกจากงาน รปภ.ที่เชียงใหม่ ในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเพื่อร่วมอาชีพต่างก็ยืนยันว่าน้องวี เป็นเด็กดี ขยัน ปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดีเป็นที่รักของเพื่อนๆ พี่ๆ และยังเป็นความภาคภูมิใจกับเพื่อร่วมอาชีพ ที่น้องประสบความสำเร็จก้าวต่อไปใจชีวิต ส่วนช่วงที่ต้องไปเรียนที่กรุงเทพ ก็จะพยายามหางานพาร์ทไทม ทำเพื่อหารายได้มเป็นค่าใช้จ่ายของตนเอง โดยเฉพาะสำหรับเสริมเรื่องของการเรียนเพิ่มเติมจากทุนที่ได้รับ77f0cda27a084f690ef115cbe4eaf7d7.jpgทั้งนี้ฝากให้กำลังใจ และข้อคิดสำหรับทุกคน ทุกอาชีพ ว่าหากมีความตั้งใจจริงในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้วก็จะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตนเองหวังไว้ของเพียงไม่ท้อ ขยัน และซื่อสัตย์กับตนเองก็จะประสบความสำเร็จได้ทุกคน