โซเชียลชื่นชม! โพสต์สุดภูมิใจควันหลงวันแม่ของหนุ่มนักธุรกิจดัง

1735

โซเชียลชื่นชม!โพสต์สุดภูมิใจควันหลงวันแม่ของหนุ่มนักธุรกิจดัง หลังแม่วัย83ปีเล่าให้ลูกหลานฟังเรื่องไปรอคิวตรวจสุขภาพ รพ.รัฐชื่อดังตั้งแต่เช้ามืด แต่ปฏิเสธใช้สิทธิพิเศษทั้งที่ลูกชายเป็นรัฐมนตรีและลูกเขยเป็นแพทย์ผู้บริหาร รพ. ต้องนั่งรอหลายชั่วโมงตามปกติ แถมถูกคนร่วมรอหัวเราะเยาะคิดว่าบ้า เพราะไม่เชื่อว่าเป็นแม่รัฐมนตรี166d80637e2ce2ecee183bdc7da2f23f.jpgรายงานข่าวจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า แม้ว่าจะผ่านพ้นช่วงวันแม่แห่งชาติประจำปี 2562 แล้ว อย่างไรก็ตามพบว่าในโซเชียลมีเดียมีการแสดงความเห็นและความรู้สึกซาบซึ้งชื่นชมเป็นจำนวนมากอย่างกว้างเกี่ยวกับโพสต์ที่ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ “Narutat Chareonsedtasin”บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับแม่ที่เป็นแบบอย่างการใช้ชีวิตให้กับลูกๆ รวมทั้งผู้คนทั่วไป โดยโพสต์ระบุว่า ระหว่างที่นั่งรับประทานอาหารกับแม่และครอบครัวในช่วงวันแม่แห่งชาติที่ผ่านมา แม่ได้เล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้ที่แม่ของตัวเองอายุ 83 ปี ได้ไปรอคิวที่โรงพยาบาลรัฐชื่อดังแห่งหนึ่งที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่เช้ามืดเพื่อพบแพทย์ตรวจสุขภาพ ซึ่งต้องรอคิวนานประมาณ 2 ชั่วโมงแล้วยังไม่ได้พบแพทย์38aaccebcb2e748d1162b4fb051a4b3a.jpgโดยแม้จะเป็นแม่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ในขณะนั้น) และมีลูกเขยเป็นผู้บริหารโรงพยาบาลดังกล่าวด้วย อีกทั้งมีพยาบาลเสนอที่จะให้บริการอำนวยความสะดวกเป็นกรณีพิเศษเพื่อความรวดเร็ว แต่แม่ปฏิเสธที่จะแซงคิวผู้ป่วยคนอื่นๆ ซึ่งระหว่างที่นั่งรอคิวและดูรายการข่าวทางโทรทัศน์อยู่นั้น ปรากฏว่ามีการเสนอข่าวเกี่ยวกับรัฐมนตรีฯ ที่เป็นลูกชายพอดี และผู้หญิงสูงอายุอีกคนหนึ่งที่นั่งรอคิวอยู่ด้วยกันพูดชื่นชมการทำงานของรัฐมนตรีฯ ว่าเป็นคนดี แม่จึงบอกออกไปว่า “จนด้วย” ทำให้ผู้หญิงสูงอายุคนดังกล่าวถามกลับมาว่ารู้ได้อย่างไร ซึ่งแม่ได้ตอบว่ารัฐมนตรีฯ เป็นลูกของตัวเอง แต่ผู้หญิงสูงอายุคนดังกล่าวไม่เชื่อ และหัวเราะเยาะ พร้อมบอกกับคนอื่นๆ ที่นั่งอยู่ด้วยกันว่าแม่ของตัวเองสติไม่ดีและเดินหนีไป โดยแม่บอกว่าไม่รู้สึกอาย และภูมิใจอีกต่างหากที่ทำตัวเท่าเทียมกับคนอื่นๆec24b426759880e9393fd7995af17603.jpgทั้งนี้โพสต์ดังกล่าวบรรยายว่า “คุณแม่ผมอายุ 83 ยังเท่ห์เหมือนลูกๆๆ สอนลูกๆๆเป็นหมอทุกคน ยกเว้นผมเมื่อวานได้นั่งทานข้าวกัน ผมรู้สึกภูมิใจ ในตัวแม่มาก. แกเล่าว่าเมื่อหลายเดือนก่อน แกต้องไปพบหมอ ที่รามา ซึ่งมีลูกเป็นหมอใหญ่ที่รามา. มีลูกเป็นรัฐมนตรีศึกษา(หมอธีระเกียรติ) แกไปนั่งรอคิว เกือบ 2 ชั่วโมงพยาบาลบอกคุณแม่ลัดคิวมานั่งนี้ได้เลย คุณแม่บอกไม่ดีกว่า อายเขา คนรอเย่อะ ทุกคน มีสิทธิ์เท่ากัน เพื่อรอหมอตรวจระหว่างนั่งรอ. แกเล่าว่า มีข่าวในโทรทัศน์ พูดถึง รมวศึกษา ปราบโกง. มีผู้หญิงสูงอายุ นั่งข้างๆคุณแม่ บอกว่า รมว เป็นคนดีมากนะเจ๊. คุณแม่ผมหันไปมองหน้าเขา แล้วบอกว่า. จนด้วย แต่เขาภูมิใจที่ลูกเป็นแบบนี้. ผู้หญิงท่านนั้น. หันมาถามแม่ว่า เจ๊ รู้ได้ไง จน แม่ตอบทันทีว่า. ก็เขาเป็นลูกอั๊ว. ผู้หญิงท่านนั้นหันมาหาแม่. แล้ว บอกว่า. เจ๊นี้ท่าจะบ้า ทำหน้าหัวเราะเย่อะ แล้วบอกว่ามาติ๊ต่างว่ารมวเป็นลูกได้ไง ถ้าเป็นแม่ รมว ต้องมานั่งรอคิวหรอ แล้วก็เดินหนีไป. ผมถามแม่ว่า คิดยังไง อายมั้ย. แม่บอกว่า. ดีใจ. ทุกคนต้องทำตัวเท่าเทียมกัน. สุดยอดครับ. แม่. # อยากให้คนใหญ่คนโต หัวโขน มีความคิดแบบนี้สักเสี้ยว”5d1ba2adf543790b899ce2eb6af85706.jpgขณะที่จากการสอบถามนายนฤทัต เจริญเศรษฐศิลป์ อายุ 51 ปี นักธุรกิจเจ้าของเชียงใหม่ซู อควาเรียม และเป็นผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ “Narutat Chareonsedtasin” ที่โพสต์เรื่องราวดังกล่าว เปิดเผยว่า ตัวเองเป็นน้องชายของนายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยเมื่อช่วงวันแม่แห่งชาติที่ผ่านมา  ระหว่างที่นั่งรับประทานอาหารกับแม่ พร้อมทั้งพี่น้องและครอบครัวในช่วงวันแม่แห่งชาติที่ผ่านมา นางนิภาพร แซ่เตีย อายุ 83 ปี แม่ของตัวเอง ได้เล่าเรื่องราวดังกล่าวให้ลูกๆ หลานๆ ฟัง ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่ประมาณเดือน ม.ค.62 ที่แม่ไปหาหมอเพื่อตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลรัฐชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ที่พี่เขยของตัวเองเป็นผู้บริหารอยู่ด้วย แต่แม่ปฏิเสธที่จะรับการบริการหรือการอำนวยความสะดวกเป็นพิเศษแต่อย่างใดทั้งสิ้น36cea6be27532b2f0ad6bcf09b56a3d6.jpgนอกจากนี้ระหว่างที่รอคิวอยู่แม่ยังถูกคนที่รอคิวอยู่ด้วยกันคิดว่าสติไม่ดีด้วย เพราะช่วงรอคิวอยู่รายการข่าวโทรทัศน์มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับรัฐมนตรีฯ ซึ่งเป็นพี่ชายของตัวเอง แล้วคนที่รอคิวอยู่ด้วยกันกล่าวชื่นชมรัฐมนตรีฯ ว่าเป็นคนดี และแม่บอกเสริมออกไปว่า “จนด้วย” จนถูกถามกลับมาว่ารู้ได้อย่างไร ซึ่งแม่ได้ตอบว่ารัฐมนตรีฯ เป็นลูกของตัวเอง แต่ผู้หญิงสูงอายุคนดังกล่าวไม่เชื่อว่าแม่ของรัฐมนตรีฯ จะต้องมานั่งรอคิวเช่นนี้ เพราะน่าจะต้องร่ำรวยและได้รับสิทธิพิเศษ อีกทั้งหัวเราะเยาะและเดินหนีไป โดยแม่เล่าเรื่องราวนี้อย่างอารมณ์ดีมีเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม พร้อมบอกด้วยว่าไม่รู้สึกอายใดๆ และภูมิใจอีกต่างหากที่ไม่ใช้สิทธิพิเศษใดๆ ทำให้ลูกหลานต่างมีรอยยิ้มไปด้วยและภาคภูมิใจที่แม่เป็นแบบอย่างที่ดีให้

สำหรับการโพสต์เรื่องราวดังกล่าวนั้น นายนฤทัต บอกว่า เนื่องจากเรื่องราวดังกล่าวที่แม่เล่าให้ฟังนั้น ทั้งสร้างรอยยิ้มและความประทับใจ อีกทั้งเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกหลานทุกคนในครอบครัว เหมือนที่แม่ทำมาตลอดจนเลี้ยงลูกหลานให้มีหน้าที่การงานที่ดีทุกคน ทำให้ตัวเองรู้สึกภาคภูมิใจอย่างมากที่ได้เกิดมาเป็นลูกของแม่ จึงอยากจะบันทึกเรื่องราวนี้ไว้และแบ่งปันให้เพื่อนฝูงคนรู้จักได้ทราบ และเพื่ออาจจะเป็นแบบอย่างให้กับผู้คนในสังคมได้บ้าง แต่ปรากฏว่ากระแสตอบรับที่เกิดขึ้นมากกว่าที่คาดคิดไว้ จนแอบคิดแบบขบขันว่าบางทีผู้หญิงสูงอายุคนที่ได้พูดคุยกับแม่ของตัวเองในวันนั้นอาจจะได้รับทราบเรื่องราวนี้ด้วย ซึ่งหากได้รับทราบอยากจะบอกว่าแม่ของผมเป็นแม่ของรัฐมนตรีจริงๆ แต่แม่ภูมิใจที่จะทำทุกอย่างเท่าเทียมกับคนอื่นๆ โดยไม่ใช้สิทธิพิเศษใดๆ.