ปิดฉากคดี ม.แม่โจ้รับน้องโหดรุ่นพี่สารภาพตำรวจแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย

2617


ปิดฉากคดี ม.แม่โจ้ รับน้องโหด ตร.เชิญครอบครัว นศ.รุ่นน้องและผู้บริหารมหาวิทยาลัยถกเครียด สุดท้ายหนึ่งในรุ่นพี่ยอมสารภาพ พร้อมขอโทษฝ่ายผู้เสียหายและเสียค่าปรับที่โรงพัก เบื้องต้นฝ่ายผู้เสียหายพอใจ แต่ยืนยันลูกชายไม่กลับไปเรียนที่เดิมแล้ว ขณะที่มหาวิทยาลัยเยียวยาด้วยการคืนเงินค่าเทอมให้ 3 หมื่นบาท พร้อมข้อเสนอให้กลับมาเรียนและมีทุนการศึกษา
วันนี้(6พ.ย.62) ที่สถานีตำรวจภูธรแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ พันตำรวจเอกณฐพล แก้วกำเนิด ผู้กํากับการสถานีตํารวจภูธรแม่โจ้ เชิญนางลลิตภัทร ปันธิโย อายุ 43 ปี ผู้เป็นแม่ พร้อมด้วยลูกชาย “น้องโฟล์ค” อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่เป็นผู้เสียหายถูกทำร้ายระหว่างเข้าร่วมกิจกรรมการรับน้องของรุ่นพี่คณะการประมงและทรัพยากรทางน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และผู้บริหารมหาวิทยาลัยแม่โจ้ นำโดย ดร. สุดเขต สกุลทอง ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมด้วยนักศึกษารุ่นพี่จำนวนหนึ่งให้พบพูดคุยเจรจาไกล่เกลี่ยกัน เพื่อเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมทั้งขอโทษและร่วมกันหาทางออกกรณีที่เกิดขึ้น
โดยก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเชิญตัวรุ่นพี่ 23 คน ที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบปากคำอย่างละเอียด และเชื่อว่าผู้ก่อเหตุน่าจะอยู่ในกลุ่มนี้ เพียงแต่ยังไม่มีผู้ใดยอมรับสารภาพ เนื่องจากกลัวการลงโทษของทางมหาวิทยาลัย ที่โทษสูงสุดรุนแรงถึงขั้นให้พ้นสภาพนักศึกษา ส่วนโทษทางกฎหมายนั้น เป็นเพียงสถานเบาเพียงเปรียบเสียค่าปรับเท่านั้น อย่างไรก็ตามหากไม่มีผู้ใดยอมรับ ทางพนักงานสอบสวนจะทำสำนวนส่งฟ้องศาลต่อไป ซึ่งช่วงบ่ายวันนี้(6 พ.ย.62) ปรากฏว่าหนึ่งในนักศึกษารุ่นพี่ได้ยอมรับสารภาพแล้ว พร้อมทั้งกราบขอขมาแม่ของรุ่นน้องและขอโทษรุ่นน้อง พร้อมทั้งเสียค่าปรับ
ทั้งนี้นางลลิตภัทร ปันธิโย อายุ 43 ปี ผู้เป็นแม่ พร้อมด้วยลูกชาย “น้องโฟล์ค” อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่เป็นผู้เสียหายถูกทำร้ายระหว่างเข้าร่วมกิจกรรมการรับน้อง เปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการที่รุ่นพี่ยอมรับผิดและขอโทษแล้ว รวมทั้งมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้แสดงความรับผิดชอบทุกอย่างด้วยดี โดยทางครอบครัวรู้สึกพอใจ ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นเข้าใจดีว่าทางรุ่นพี่อาจจะทำไปด้วยความคึกคะนองและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่ยังดีที่ยอมรับ นอกจากนี้เข้าใจดีด้วยว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของมหาวิทยาลัย แต่เป็นการกระทำในลักษณะของตัวบุคคลเท่านั้น ซึ่งขอบคุณที่ทางมหาวิทยาลัยไม่นิ่งนอนใจและพยายามให้ความช่วยเหลือติดตามหาตัวรุ่นพี่ที่ก่อเหตุ รวมทั้งการเยียวยาต่างๆ อย่างไรก็ตามในส่วนที่จะให้ลูกชายกลับไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้นั้น เบื้องต้นยังคงยืนยันว่าจะไม่กลับไปเรียนแล้วและน่าจะพักการเรียนไปก่อนเพื่อเตรียมสอบเข้าเรียนที่อื่น แม้ว่าทางมหาวิทยาลัยจะมีการเสนอให้ทุนการศึกษาก็ตาม
ขณะที่ ดร. สุดเขต สกุลทอง ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยน้อมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในครั้งนี้และกราบขอโทษทางครอบครัวของนักศึกษาที่เป็นผู้เสียหาย ซึ่งกรณีนี้แม้ว่าจะไม่ได้เป็นความผิดของมหาวิทยาลัยโดยตรง แต่ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้และจะวางมาตรการแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก สำหรับการเยียวยาทางครอบครัวผู้เสียหายนั้น เบื้องต้นทางมหาวิทยาลัยได้มอบเงินจำนวน 30,000 บาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่นักศึกษาผู้เสียหายจ่ายไปเป็นค่าเทอมและอื่นๆ คืนให้กลับทางครอบครัว พร้อมทั้งเสนอให้เรียนต่อที่มหาวิทยาลัยโดยมีทุนการศึกษาให้ด้วย ส่วนการดำเนินการลงโทษรุ่นพี่ที่ให้การยอมรับว่าก่อเหตุนั้น เบื้องต้นทางมหาวิทยาลัยได้ทำการตักเตือนไปแล้ว แต่จะต้องไม่ให้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีก เพราะเข้าใจดีว่าอาจจะทำไปด้วยความพลาดพลั้งเนื่องจากไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอ
ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่โจ้ เปิดเผยว่า นักศึกษาชายรุ่นพี่คนหนึ่งได้ให้การยอมรับสารภาพแล้วว่าเป็นผู้ก่อเหตุ พร้อมทั้งขอโทษทางครอบครัวและตัวผู้เสียหายแล้ว โดยทางพนักงานสอบสวนได้ทำการดำเนินคดีและให้เสียค่าปรับ พร้อมปล่อยตัวไป เพราะความผิดในคดีนี้เป็นเพียงความผิดสถานเบาเท่านั้นมีโทษเพียงเสียค่าปรับ แต่เชื่อว่าน่าจะเป็นบทเรียนครั้งสำคัญ