เลขาฯรมว.ทรัพย์ฯ พร้อมอธิบดีป่าไม้ ยกทีมตรวจติดตามความคืบหน้าปัญหาดอยม่อนแจ่ม รุกพื้นที่ป่าผุดรีสอร์ทและบ้านพักนักท่องเที่ยว พบหลายรายมีการซื้อขายเปลี่ยนมือให้ต่างชาติด้วย สั่งดำเนินคดี พร้อมเร่งจัดระเบียบในเสร็จภายใน3เดือน
ความคืบหน้ากรณีการจัดระเบียบดอยม่อนแจ่ม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ที่มีการตรวจสอบพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ นำไปสร้างรีสอร์ทและบ้านพักเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่มีเพิ่มขึ้น วันนี้(6 ม.ค.63) นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ ลงพื้นที่ตรวจสอบดอยม่อนแจ่มอีกครั้ง โดยขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินตรวจสภาพพื้นที่บริเวณดอยม่อนแจ่ม พร้อมเรียกประชุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามสถานการณ์และวางมาตรการแก้ไขปัญหา ที่อาคารศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
โดยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพื้นที่ดอยม่อนแจ่มทั้งหมดพบว่ามีผู้ประกอบการรีสอร์ท บ้านพักจำนวน 64 ราย มี 7 ราย ที่มีการเปลี่ยนมือ โดยเปลี่ยนมือเป็นนักธุรกิจไทย 4 รายและนักธุรกิจชาวต่างชาติ 3 ราย

ซึ่งเบื้องต้นต้องดำเนินคดีตามกฎหมายทันที และจะต้องมีการรื้อถอนภายใน 60 วัน นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้ประกอบการ 8 รายที่มีการสร้างเต็นท์ที่พักที่ผิดรูปแบบ และอีก 11 รายที่มีการบุกรุกล้ำไปในพื้นที่ที่ได้รับ ซึ่งกลุ่มนี้จะเข้าไปทำความเข้าใจและให้รื้อถอน พร้อมฟื้นฟูสภาพป่าให้กลับมาเหมือนเดิม โดยกำหนดให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม หากยังฝ่าฝืนหลังจากนั้นจะดำเนินคดีและจะทำการรื้อถอนในส่วนที่บุกรุกภายในเดือนมีนาคม
สำหรับกลุ่มที่ถูกเจ้าหน้าที่แจ้งความดำเนินคดี มีจำนวน 7 รายได้แก่ ม่อนใจโฮมสเตย์ ตรวจยึดพื้นที่ป่าถูกบุกรุก 1 งาน 82 ตารางวา ,บ้านท่าจันทร์ ตรวจยึดพื้นที่ป่าถูกบุกรุก 1 ไร่ 2 งาน 85 ตารางวา, ม่อนดอยลอยฟ้า ตรวจยึดพื้นที่ป่าถูกบุกรุก 1 ไร่ 2 งาน 84 ตารางวา ,ม่อนจ้อ ตรวจยึดพื้นที่บุกรุก 1 งาน 82 ตารางวา, บ้านม่อนม่วน ตรวจยึดพื้นที่ถูกบุกรุก 11 ไร่ 3 งาน 33 ตารางวา, ไร่นาย ตรวจยึดพื้นที่ถูกบุกรุก 5 ไร่ 1 งาน 82 ตารางวา และม่อนแสนสิริจันทรา ตรวจยึดพื้นที่ถูกบุกรุก 4 ไร่ 2 งาน 34 ตารางวา ส่วนที่เหลืออื่นๆ กำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ และจะมีการดำเนินคดีอีกหลายรายต่อไป
ขณะที่ นางนันทนา บุณยานันต์ โฆษกกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพื้นที่กรณีบ้านพักรีสอร์ทในพื้นที่คอยม่อนแจ่ม มีจำนวน 53 ราย ซึ่งพบว่าจำนวน 38 ราย เป็นผู้ที่มีสิทธิอยู่อาศัยทำกิน และอีกจำนวน 12 ราย เป็นผู้มีสิทธิอยู่อาศัยทำกิน แต่ทำเกินพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต และมีจำนวน 3 ราย ซึ่งเป็นผู้ไม่มีสิทธิอยู่อาศัยทำกิน คือ ม่อนแสนศิริจันทรา บ้านท่าจันทร์ ม่อนดอยลอยฟ้า จึงได้แจ้งความดำเนินคดี
นอกจากนี้มีก่อสร้างลานกางเต้นท์เพื่อเป็นที่พักนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นใหม่ จำนวน 8แห่ง ซึ่ง อธิบดีกรมป่าไม้สั่งการให้ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรปาไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) เร่งแก้ไขปัญหาในพื้นที่โดยด่วน และได้ให้หน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ(พยัคฆ์ไพร) ลงพื้นที่เพื่อเข้าไปตรวจสอบ ดำเนินการจัดระเบียบในพื้นที่ดอยม่อนแจ่ม พร้อมตั้งกองอำนวยการฉพาะกิจม่อนแจ่ม ประกอบด้วย ศปป.4.กอ.รมน และพยัคฆ์ไพรเพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ดังกล่าว โดยกำหนดให้มีการจัดระเบียบพื้นที่ดอยม่อนแจ่มให้เสร็จเรียบร้อยภายใน 3 เดือน