ชาวเชียงใหม่ “ล่นไล่ลุง” บอก “กลัวเสียที่ไหน” ชูป้าย-ตะโกน “ลุงตู่ออกไป” โห่ร้องชู 3 นิ้วไม่พอใจเจ้าหน้าที่ขอคืนพื้นที่จัดกิจกรรม ขณะที่เสื้อขายหมดเพียง พริบตา “ชำนาญ” อนค.ร่วมกิจกรรม บอกดูความเคลื่อนไหว-ตื่นตัวภาคประชาชน

เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 12 มกราคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจัดกิจกรรมล่นไล่ลุงเจียงใหม่ ที่ข่วงประตูท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ว่า มีเจ้าหน้าที่จาก สภ.เมืองเชียงใหม่ กว่า 20 นาย ตั้งแถวเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย พร้อมมีเจ้าหน้าที่จากฝ่ายความมั่นคงและการข่าว กว่า 20 หน่วยงาน สังเกตการณ์จัดกิจกรรมดังกล่าว ก่อนเริ่มกิจกรรมเวลา 06.00 น. และปล่อยตัวนักวิ่งเดินเวลา 06.30 น. ตามลำดับ
เวลา 05.50 น. รถเสบียงจัดตั้งวางอาหารและน้ำดื่ม เพื่อบริการแก่ผู้มาร่วมกิจกรรม มีข้าวเหนียว 80 กิโลกรัม หมูทอด แกงขนุน ขนมปัง โดยระบุว่า แกงขนุน คือ พลังและความเหนียวแน่น ซึ่งผู้สนับสนุนบางรายได้ตะโกนว่า “กลัวเสียที่ไหน” ท่ามกลางเสียงปรบมือผู้มาร่วมงาน

เวลา 06.00 น. ด.ต.พิชิต ตามูล แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แดงเชียงใหม่ มีการแจกสติกเกอร์ ข้อความว่า  “วิ่งไล่ลุง” เพื่อติดหน้าอกเสื้อ พร้อมจำหน่ายเสื้อวิ่งสีดำ ข้อความ “วิ่งไล่ลุงเจียงใหม่” ส่วนเสื้อขาว มีข้อความ “วิ่งไล่อีลุง” ซึ่งจำหน่ายตัวละ 200  บาท มีเพียง 500 ตัว โดยจำหน่ายหมดหลังเปิดขายได้ไม่กี่นาที
ต่อมาเวลา 06.20น. นายชำนาญ จันทร์เรือง รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ในฐานะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อนค. พร้อม น.ส.ศุภรี ฉัตรกันยา รัตน์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เขต 1 อนค. ได้ถึงบริเวณจัดงาน ก่อนซื้อเสื้อดำมาใส่ทั้ง 2 คน เพื่อร่วมวิ่งเดินดังกล่าว
กระทั่งเวลา 06.30 น. แกนนำจัดวิ่งดังกล่าว ได้ปล่อยตัวนักวิ่งเดิน ออกจากข่วงประท่าแพ ไปตามถนนรอบคูเมืองด้านใน มุ่งหน้าสู่แแจ่งขะตำเลี้ยวซ้ายไปยังประตูช้างเผือก ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนพระปกเกล้าตรงไปยังสี่แยกกลางเวียง เพื่อกลับสู่ข่วงท่าแพ ซึ่งบางรายสวมชุดไดโนเสาร์เพื่อสร้างสีสัน เป็นการวิ่งเดินครึ่งคูเมืองรวมระยะทางกว่า 4 กิโลเมตร ซึ่ง มีผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 1,000 คน โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง

ระหว่างวิ่งเดินครึ่งคูเมือง กลุ่มผู้ชุมนุม ได้วางป้ายผ้าบนข่วงท่าแพ บางป้ายมีข้อความว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ” หรือ “สารจากประชาชนคนไทยถึงลุง มาทางไหน ไปทางนั้นซ่ะ” พร้อมป้ายต่อต้านรัฐบาล ซึ่งบางรายได้ชูป้ายพร้อมข้อความให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออกด้วย
ต่อมาเวลา 07.40 น. เจ้าหน้าที่ได้ใช้เครื่องเสียงประกาศขอความร่วมมือให้กลุ่มผู้ชุมนุมสลายตัว เนื่องจากใช้ข่วงท่าแพ จัดกิจกรรมรณรงค์แก้ปัญหาฝุ่นควันและผลกระทบจากไฟป่าในเขตเมือง ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งเป็นกิจกรรมทับซ้อน ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมไม่พอใจ พร้อม โห่ร้องและชู 3 นิ้วเพื่อแสดงการต่อต้าน ก่อนตะโกนว่า “ลุงตู่ออกไป” และ “เผด็จการจงพินาศ” ก่อนเคลื่อนขบวนกลุ่มผู้ชุมนุมออกจากข่วงท่าแพ เดินไปยังอนุสาวรีย์สามกษัตริย์อีกครั้ง เป็นการเสร็จสิ้นกิจกรรมดังกล่าว โดยไม่มีเหตุรุนแรงใด ๆ ก่อนเจ้าหน้าที่จัดกิจกรรมดังกล่าว เวลา 08.00 น. ตามลำดับ โดยมีการตั้งข้อสังเกตุจากผู้ร่วมงาน ว่าเหตุใดทางจังหวัดและส่วนที่เกี่ยวข้อง ถึงเลือกจัดกิจกรรมดังกล่าวตรงกับการวิ่งครั้งนี้ด้วย
นายชำนาญ ให้สัมภาษณ์ว่า หลังประชุมการพิจารณางบประมาณรายจ่ายปี 2563 เสร็จ ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรมดังกล่าว เพื่อดูความเคลื่อนไหวและการตื่นตัวภาคประชาชน ที่เป็นสิทธิพลเมือง ให้มีส่วนร่วมประชาธิปไตย กิจกรรมดังกล่าว ถือเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ ประเทศที่เป็นประชาธิปไตย เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ก็มีกิจกรรมดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อย่างใด
ดังนั้นอยากให้รัฐบาลฟังเสียงสะท้อนประชาชน ตามสิทธิพลเมืองขั้นพื้นฐานในการแสดงออกตามอายรประเทศ ซึ่งสภาเพิ่งผ่านงบประมาณปี 63 แล้ว อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาล รับข้อสังเกตของสภาเกี่ยวกับงบประมาณผูกพัน ที่เคยผ่านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แล้วก่อนมาผ่านสภาอีกครั้ง
มีรานงานว่า เมื่อเวลา 9.00 น. วันที่ 12 ม.ค. ที่สวนรถไฟ นายธนวัฒน์ วงค์ไชย แกนนำจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ประกาศเจตนารมณ์วิ่งไล่ลุง ก่อนปิดกิจกรรมว่า วันนี้เป็นวันแรก หลังจากนี้เราจะพร้อมกันออกวิ่งทุกวัน วิ่งไม่หยุด จนกว่าลุงจะออกไปได้ภายในปีนี้ และหมุดหมายต่อไปพบกัน 2 กุมภาพันธ์ ที่เชียงใหม่

ภาพ : วิ่งไล่ลุง เชียงใหม่