ความคืบหน้ากรณีวานนี้(13ม.ค.63)ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ “Aomamm Rawisada” โพสต์ขอความช่วยเหลือในการช่วยติดตามหาตัวผู้ต้องสงสัยที่เป็นคนขับรถส่งอาหารของแกร็บฟู้ด ซึ่งก่อเหตุใช้ของแข็งที่น่าจะเป็นก้อนหินขว้างปาใส่กระจกด้านหลังของรถยนต์ได้รับความเสียหายแล้วหลบหนีไป เหตุเกิดย่านตลาดสันป่าข่อย ในตัวเมืองเชียงใหม่ ช่วงเย็นวันที่12 ม.ค.63

โดยผู้ใช้เฟซบุ๊คดังกล่าวได้โพสต์ภาพพร้อมบรรยายข้อความว่า “เมื่อวานด้วยความที่ไปทำธุระมาขับรถมาทางตลาดอนุสาร จะเลี้ยวเข้าสะพานขั๋วเหล็ก มีแกร๊ปฟู๊ดคันหนึ่ง ขับรถปาดหน้า รถอ้อมเกือบจะชนมอไซค์ แฟนอ้อมก็เลยขับรถไปจอดถามข้างๆ ว่า ” ทำไมขี่รถแบบนี้ นี่จะรีบไปไหน ” เขาก็ไม่ตอบ พอถึงทางแยกสิ้นสุดสะพานขั๋วเหล็ก เขาเลี้ยวไปทางซ้าย ส่วนเราเลี้ยวไปทางขวา เข้าตรง ริมปิง
ตอนนั้นเราก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะว่าจะไปซื้อของที่ตลาดสันป่าข่อยต่อ พอถึงแยกดับเพลิง สันป่าข่อย มีเสียงโดนปาใส่รถจากข้างหลังมา จนกระจกข้างหลังรถอ้อมพัง อ้อมถ่ายรูปไม่ทัน แต่โชคดีที่ตรงนั้นมีกล้อง พี่ตำรวจก็เลยเอารูปละป้ายทะเบียนรถมาได้ เราพยายามขับรถตามแต่เราตามไม่ทันเพราะเขาขี่รถหนีไปปทางซอยที่รถเก๋งเข้าไม่ได้ รบกวนช่วยอ้อมเเชร์โพสด้วยนะคะ ขอบคุณจ้าว”
รายงานข่าวจากจังหวัดเชียงใหม่ แจ้งว่า วันนี้(14ม.ค.63) มีการเปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ตามเส้นทางบริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุพบว่า ก่อนเกิดเหตุ รถยนต์ของผู้เสียหายได้ขับมาตามเส้นทางถนนเจริญประเทศ พร้อมกับ รถจักรยานยนต์ของคนขี่แกร็บฟู้ด โดย ระหว่างนั้นรถจักรยานยนต์ได้ขับขี่คล้ายปาดหน้ารถยนต์ จากนั้นทั้งคู่ได้เลี้ยวขึ้นไปทางสะพานเหล็ก ก่อนที่ รถยนต์ จะเร่งเครื่อง ขึ้นไปตีคู่กับรถจักรยานยนต์แล้วจอดพูดคุยคล้ายมีปากเสียงกันสักครู่หนึ่งแล้วแยกย้ายกันไป โดยฝ่ายรถยนต์ลงสะพานเลี้ยวขวา และรถจักรยานยนต์ลงสะพานเลี้ยวซ้าย ซึ่งหลังจากนั้นสักครู่หนึ่ง จึงเกิดเหตุ รถยนต์ถูกก้อนหินขว้างกระจกรถด้านหลังได้รับความเสียหาย อย่างไรก็ตามบริเวณดังกล่าวไม่มีกล้องวงจรปิด แต่ทางฝ่ายผู้เสียหายระบุว่า หลังเกิดเหตุเห็นผู้ต้องสงสัยลักษณะคล้าย คนขี่แกร็บฟู้ดที่มีปากเสียงกันหลบหนีไปทางซอยแคบอย่างรวดเร็ว

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่ปิง ระบุว่าเบื้องต้น จากข้อมูล หมายเลขทะเบียนรถ จักรยานยนต์ของผู้ต้องสงสัย และหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดที่ทางผู้เสียหาย นำเข้าแจ้งความ ทำให้ทราบตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีความจำเป็นต้องรวบรวมหลักฐานและพยานที่เห็นเหตุการณ์เพิ่มเติมให้ชัดเจนเสียก่อน เนื่องจากในจุดเกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ จากนั้นจึงจะมีการเชิญตัวผู้ต้องสงสัยมาพบพูดคุยกัน