เป็นเวลากว่า 15 ชั่วโมง ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดล้อม เกลี้ยกล่อมให้ชายหนุ่มคลั่งยา ยิงเพื่อนบ้านอาการสาหัส และชักปืนยิงใส่ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรสารภีที่พยายามเข้าไปเจรจา แล้วหนีเข้าไปกบดานอยู่ในบ้านตลอดทั้งคืน ล่าสุดในเวลา 6 นาฬิกา 30 นาที ก็ยอมออกมามอบตัวหลังพาลูกเมียมาเจรจา

ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ และตำรวจภูธรสารภี ได้ปิดล้อม เพื่อเจรจากับชายหนุ่มคลั่งยา คือ นายเกรียงไกร สุกันทา อายุ 49 ปี เจ้าของอู่ซ่อมรถเลขที่ 99 หมู่6 ตำบลชมภู อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่

ซึ่งก่อเหตุยิงนายสุริยนต์ อาจเมือง อายุ 54 ปี เจ้าของโรงงานทำธูปเทียน ที่อยู่ห่างกันประมาณ100เมตร โดยยิงเข้าที่แก้มขวาได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ หลังก่อเหตุนายเกรียงไกรได้เข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในบ้านพักของตัวเองพร้อมอาวุธปืน และขู่จะทำร้ายตัวเอง รวมทั้งจะยิงทุกคนที่พยายามจะเข้าไปเจรจา ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายสิบนายพยายามเจรจา ให้ยอมมอบตัวด้วยดี แต่ไม่เป็นผล

จนกระทั่งเวลา 20.10 น.ขณะที่พ.ต.อ.บัญชา อินถาผกก.สภ.สารภี ชุ่มอยู่หน้ารถบรรทุกหกล้อของที่จอดไว้หน้าบ้านตรงทางบันไดขึ้นบ้านได้ถูกนายเกรียงไกร เปิดประตูพร้อมลั่นกระสุนยิงใส่ 1 นัด กระสุนปืนเพียงเฉี่ยวใบหน้าพ.ต.อ.บัญชาเท่านั้น จึงชักอาวุธปืน 9 ม.ม.ยิงสวนขึ้นไป 10 นัด เมื่อสิ้น เสียงปืนก็เงียบไป ทางตำรวจก็ยังไม่บุกขึ้นไปบนบ้านคงล้อมบ้านไว้เหมือนเดิม

ต่อมาทาง พล.ต.ต. พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมชุดสวาท นปพ.จว.เชียงใหม่ รุดมายังที่เกิดเหตุ เพื่อวางแผนการจับกุมตัวนายเกรียงไกร เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียเกิดขึ้นและได้ให้ญาติติดต่อไปยังนางเยาวเรศ หรือ “นก”ภรรยาของนายเกรียงไกร ที่หนีกลับบ้านเดิมที่อ.แม่อาย กับลูกอีก 2 คน เมื่อเช้าวันเดียวกันชึ่งถูกนายเกรียงไกรตบหน้าและไล่ออกจากบ้านไป ให้เดินทางมาช่วยเกลี้ยกล่อมให้มอบตัว และนางเยาวเรศ กำลังเดินทางมาจาก อ.แม่อาย และต้องรอถึงตอนเช้าเวลา 05.00 น.วันรุ่งขึ้นถึงจะดำเนินการตามขั้นตอนที่วางแผนไว้

ด้าน พันตำรวจเอกบัญชา อินถา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสารภี เปิดเผยว่า ขณะที่ตนกำลังบอกให้ชาวบ้านออกจากที่เกิดเหตุ ปรากฏว่าคนร้ายได้เปิดประตูออกมาและยิงใส่ตนทันที 1 นัด โชคดีกระสุนเฉียวศรีษะไป ตนจึงได้ยิงสวนไปจนหมดแม็ก และคนร้ายได้เข้าไปกบดานอยู่ในบ้านตลอดทั้งคืน ขณะที่นางบานเย็น ยืนธรรม แม่บุญธรรมผู้ของต้องหา เปิดเผยว่า ลูกของตนเองติดยาเพราะมีอาชีพซ่อมรถบรรทุก และมักจะมีคนเอารถมาให้ซ่อมยามดึกแล้วให้ยาบ้าไว้กินเผื่อจะได้มีแรงซ่อมรถให้จนทำให้ลูกติดยา โดยผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสารภีและเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามเจรจาตลอดทั้งคืน

เมื่อเช้ามืดเวลา 06.30 น.เช้ามืดวันที่ 16 ม.ค.2563 พ.ต.อ.บัญชา อินถา ผกก.สภ.สารภี จ.เชียงใหม่ ได้วางแผนให้นางเยาวเรศ หรือ”นก” สุกันทา ภรรยาของนายเกรียงไกร สุกันทา ซึ่งเดินทางมาจาก อ.แม่อาย มาถึงเข้าไปเกลี้ยกล่อมให้นายเกรียงไกรมอบตัว โดยมีหน่วย นปพ จังหวัด พร้อม
อาวุธครบมือคุ้มกันไว้เพื่อความปลอดภัยหวั่นเกรงนายเกรียงไกรยิงใส่ เมื่อนางเยาวเรศร้องเรียกให้มอบตัว ประกอบกับฤทธิ์ยาบ้าอาจจะอ่อนลงเพราะได้พักผ่อนมาทั้งคืน ปรากฎว่าทางนายเกรียงไกร เดินลงมาจากบันไดบ้านพร้อมยกมือทั้งสองข้างขึ้นยอมให้จับกุมตัวดี พร้อมกับบอกที่ซ่อนอาวุธปืนซึ่งยึดได้ปืน 2 กระบอก เป็นปืนขนาด .38 และปืนอิโบ๊ะ(ลูกซองพกสั้น)พร้อมกระสุนจำนวนหนึ่ง ควบคุมตัวดำเนินคดีกันต่อไป โดยใช้เวลาในการเจรจาตั้งแต่ 15 นาฬิกาวานนี้ รวมทั้งสินกว่า 15 ชั่วโมง โดยหลังจากที่มอบตัวแล้วทางเจ้าที่ตำรวจได้นำตัวนายเกรียงไกรไปควบคุมตัวไว้ที่สภ.สารภีเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สำหรับประวัติของนายเกรียงไกรมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาบ้าเคยถูกจับกุมในข้อหาเสพเข้าทำการ บำบัดถึง 2 ครั้ง ส่วนอาวุธปืนนั้นมี 2 กระบอกเป็นอาวุธปืนมีทะเบียนที่ได้รับมรดกตกทอดมาสมัยปู่ มีกระบอกหนึ่งถูกตำรวจสภ.สารภี ยึดไปจากนายเอก หรือมงคล อายุ 49 ปี เพื่อนเดียวกันที่นำไปฝากไว้ ทางนายเกรียงไกรได้วานให้นางเยาวเรศภรรยาไปติดตามเอาปืนที่ตำรวจยึดไปแต่นางเยาวเรศไม่ยอมไปโดยพูดว่าไม่ใช่ขอกลับคืนมาได้ง่ายๆจึงเกิดทะเลาะกันนายเกรียงไกรได้ตบหน้านางเยาวเรศพร้อมกับไล่ออกจากบ้านไป

พอตกช่วงบ่ายนายเกรียงไกร ซึ่งมีความโกรธอยู่แล้วได้ถืออาวุธไปที่บ้านนายสุริยนต์ที่มีบ้านอยู่ติดกันเมื่อพบหน้าจึงลั่นกระสุนปืนใส่ 1 นัดเข้าที่ปากด้านขวา ส่วนสาเหตุมาจากเข้าใจว่านายสุริยนต์ปากไม่ดีชอบว่าร้ายใส่ตนเองเป็นประจำได้เจ็บแค้นมานาน ประกอบกับมีความหวาดระแวงอยู่แล้วจึงเกิดการชำระแค้นขึ้น