สภาลมหายใจเชียงใหม่ ร่วมลงนามข้อตกลง แก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) เพื่อลมหายใจของคนเชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ชูให้เป็นพื้นที่ต้นแบบ
วันนี้ (30 ม.ค. 63) ที่โรงเรียนดอยสะเก็ดผดุงศาสน์ วัดปทุมสราราม ต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ นายชุติพนธ์ สารแปง นายกเทศมนตรีตำบลเชิงดอย (ผู้ดำเนินงาน) ร่วมกับ เครือข่ายพระคิลานุปัฏฐาก , มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา , สภาลมหายใจเชียงใหม่ , สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 6 เชียงใหม่ , มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขต เชียงใหม่ , สมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนเชียงใหม่ , สำนักงานสาธารณสุขอำเภอดอยสะเก็ด , โรงพยาบาลดอย สะเก็ด , โรงเรียนดอยสะเก็ดผดุงศาสน์ , กำนัน ผู้ใหญ่บ้านตำบลเชิงดอย , ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขเทศบาล ตำบลเชิงดอย ในฐานะผู้ร่วมดำเนินงาน ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง เรื่องการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพจากภาวะหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5)
โดยมีรายละเอียดข้อตกลงหลัก 5 ข้อ คือ
1.ผู้ดำเนินงาน และ ผู้ร่วมดำเนินงาน เป็นผู้ประชาสัมพันธ์ สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชน ทราบถึงผลกระทบต่อสุขภาพจากภาวะหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก ( PM 2.5 ) ส่งเสริมกิจกรรมสร้างพื้นที่ สีเขียวและลดฝุ่นควันพิษระยะยาว
2.ผู้ดำเนินงาน เป็นผู้จัดทำโครงการ ประสานงานความร่วมมือโครงการดังกล่าว
3.ผู้ร่วมดำเนินงาน เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณหรือเจ้าหน้าที่ในการให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบต่อ สุขภาพจากภาวะหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก ( PM 2 . 5 ) ให้ประชาชนในพื้นที่เทศบาลตำบลเชิงดอยได้มี ส่วนร่วมรับรู้และปฏิบัติการ และเข้าร่วมดำเนินงานกับเทศบาลตำบลเชิงดอย จนเสร็จสิ้นการดำเนินงาน
4.ผู้ดำเนินงาน และ ผู้ร่วมดำเนินงาน เป็นผู้เฝ้าระวังและติดตามตรวจสอบปริมาณฝุ่นละอองขนาด เล็กในพื้นที่ และรายงานข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อย่าง ต่อเนื่อง
และ 5. ผู้ดำเนินงาน และ ผู้ร่วมดำเนินงาน ร่วมสรุปและถอดบทเรียนการทำงานของเทศบาลตำบล เชิงดอยเพื่อขยายผลสู่ชุมชนอื่นๆ ต่อไป

นายชุติพนธ์ สารแปง นายกเทศมนตรีตำบลเชิงดอย เปิดเผยว่า ช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ชุมชนเคยประสบปัญหา ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5)  สูงเกินในระดับสีม่วง ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน และมองว่าเรื่องนี้ ชุมชนและท้องถิ่น ไม่จำเป็นต้องรอคำสั่งหรือประกาศจากทางราชการ ขณะที่โครงการ “เพื่อลมหายใจของคนเชิงดอย” ไม่ใช่แค่การกิจกรรมรณรงค์ แล้วจบ แต่ยังจะเป็นการสร้างการรับรู้ และรับมือกับปัญหาฝุ่นควัน โดยคาดหวังให้เป็นพื้นที่นำร่อง ที่ท้องถิ่นอื่นๆจะนำไปใช้แบบพื้นที่ต้นแบบ

นางสาวสุรีรตน์ ตรีมรรคคา ตัวแทนสภาลมหายใจเชียงใหม่ ระบุว่า คำถามที่ว่าใครเป็นต้นเหตุ วันนี้คงโทษใครไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนในเมือง หรือคนบนดอย ทุกคนล้วนมีส่วนร่วม การลงนามบันทึกข้อตกลงครั้งนี้ เชื่อว่าตำบลเชิงดอย จะแสดงให้เห็น ว่าการจัดการจัดเศษวัสดุไม่จำเป็นต้องใช้ไฟ ก็สามารถทำได้ และในกรณีที่เป็นพื้นที่ป่า มีไร่หมุนเวียน และมีความจำเป็นต้องใช้ไฟ เช่นป่าผลัดใบ ป่าชุมชน ก็สามารถบริหารจัดการได้ ซึ่งสภาลมหายใจเชียงใหม่ พร้อมสนับสนุนในทุกด้าน เพื่อยกให้เป็นพื้นที่ต้นแบบในการแก้ปัญหา

ขณะเดียวกันยังมีการเปิดโอกาสให้หน่วยงานยังมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สาธารณสุขอำเภอดอยสะเก็ด เกษตรอำเภอ ม.เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ม.แม่โจ้ ตัวแทน และอสม.ตำบล ได้เล่าถึงแผนและแนวทางในการแก้ปัญหาฝุ่นควันอีกด้วย

ภายในงานยังมีกิจกรรม“ปุ๋ยหมักรักษ์โลกและถ่านไบโอชาร์ ทางออกของฝุ่นควัน” ตามโครงการลดฝุ่นควันพิษทางอากาศ สภาลมหายใจเชียงใหม่ ซึ่งมีการแนะนำและสาธิตการทำปุ๋ยหมักจากเศษใบไม้แห้ง แบบไม่พลิกกลับกองสูตรวิศวกรรมแม่โจ้ 1 โดยอาจารย์ ดร.แสนวสันต์ ยอดคำ  คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้


และการเผาถ่านไบโอชาร์ จากซังข้าวโพด และเศษไม้เหลือใช้ จากผู้แทนมูลนิธิอุ่นใจ ซึ่งเป็นภาคีเครือข่าย