กฟภ.แจงเหตุตัดไฟ “ม่อนแจ่ม” เนื่องจากตรวจพบมีการต่อพ่วงมิเตอร์ผิดสัญญา ขณะที่ที่ปรึกษากลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรม่อนแจ่ม รับกรณีถูกตัดไฟและรื้อเสาสัญญาณโทรศัพท์ เป็นฝ่ายผิดเช่นกัน ยอมรับสภาพแต่หวังหาทางออกร่วมกันแบบประนีประนอมe11348fd5e6ed273a307fd57f0941f47.jpgจากกรณีที่วันนี้(18 ก.พ.63) กลุ่มผู้ประกอบการเจ้าของที่พักและมวลชนในพื้นที่ม่อนแจ่ม ประมาณ 300 คน นำโดยนายสุรินทร์ นทีไพรวัลย์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองหอยเก่า หมู่ 7 ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ที่ปรึกษากลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรม่อนแจ่ม รวมตัวแสดงความไม่พอใจเนื่องจากความเดือดร้อน พร้อมยื่นหนังสือทวงถามเรียกร้องของความเป็นธรรมกรณีที่มีการรื้อถอนเสาสัญญาณโทรศัพท์,ระงับสัญญาณอินเตอร์เน็ต a4859e019c898fb9f7cfd98b02ec898c.jpgรวมทั้งตัดไฟฟ้าและน้ำประปา ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการจัดระเบียบพื้นที่ม่อนแจ่ม และการที่อำเภอแม่ริมมีหนังสือคำสั่งลงวันที่ 15 ม.ค.63 ให้ผู้ประกอบการยุติประกอบธุรกิจภายใน30วันและรื้อถอน เนื่องจากผิด พ.ร.บ.โรงแรม อีกทั้งมีการตรวจสอบพบว่ามีการรุกพื้นที่ป่าสงวนด้วย โดยนายวีระพันธ์ ดีอ่อน ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับหนังสือดังกล่าว และประชุมหารือร่วมกันเพื่อหาทางออกที่องค์การบริหารส่วนตำบลโป่งแย่ง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่fc3e7a004b937d601bf31e6df742b573.jpgรายงานข่าวแจ้งว่า กรณีการตัดไฟฟ้านั้น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอแม่ริม ได้มีหนังสือถึงผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด ม่อนอิงดาว เมื่อวันที่ 12 ก.พ.63  ว่าตรวจพบระบบไฟฟ้ามีการต่อพ่วงไปใช้ภายนอก ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำผิดตามสัญญาชื้อขายไฟฟ้าเป็นการต่อโยงไฟฟ้าให้กับผู้อื่น จึงได้แจ้งเตือนของดเว้นให้ผู้อื่นต่อพ่วงไฟฟ้าไปใช้สถานที่อื่นโดยให้ดำเนินการภายใน 7 วัน 0ea45c6e0fa3862fa234bf2b11260887.jpgซึ่งการขอมิเตอร์ในพื้นที่ ม่อนแจ่ม สามารถดำเนินการได้น้อยเนื่องจากอยู่ในเขตพื้นที่ป่า ทำให้ไม่สามารถเดินสายไฟได้ โดยมิเตอร์ที่ขอจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคประมาณ 10 ตัว ที่เหลือเป็นการต่อพ่วงจาก ศูนย์พัฒนาโครงการหนองหอย และ ม่อนอิงดาว ส่วนการตัดสัญญาโทรศัพท์ ไม่ได้มีการสั่งการของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งในกรณีมีการดำเนินการ จะเป็นของเอกชนที่มีการต่อไฟฟ้าโดยผิดกฎหมาย ซึ่งโดยมาตรการดังกล่าว เป็นการดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้อยู่อาศัยและดำเนินกิจการต่างๆ ที่ไม่ได้รับอนุญาตในพื้นที่ม่อนแจ่มda4159937d0c1ccf1ca639d654377498.jpgทั้งนี้นายสุรินทร์ เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมและประชุมหารือร่วมกับทางปลัดจังหวัดเชียงใหม่ ที่รับหนังสือ ซึ่งจากการพูดคุยหารือและรับฟังข้อมูลกันแล้วแนวโน้มเป็นไปในทิศทางที่ดี โดยทางเจ้าของที่พักและชาวบ้านม่อนแจ่ม ยอมรับว่าไม่ได้เป็นฝ่ายถูกทั้งหมด จึงทำให้ต้องมีการตัดการเชื่อมต่อไฟฟ้าและเสาสัญญาณโทรศัพท์ แต่อย่างไรก็ตามอยากให้ทางหน่วยงานเกี่ยวข้องพิจารณาในแง่มุมของมนุษยธรรมด้วย โดยทางฝ่ายเจ้าของที่พักและชาวม่อนแจ่ม เสนอให้มีการตั้งคณะทำงานที่ประกอบด้วยทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหน่วยราชการและชาวบ้าน ขึ้นมาพิจารณาหาทางออกร่วมกันโดยพิจารณาจากสภาพจริงและไม่ยึดถือแต่เรื่องกฎหมายเพียงอย่างเดียว ซึ่งเบื้องต้นมีการรับฟังความต้องอย่างดีและจะมีการรับไปพิจารณา ส่วนจะใช้เวลานานเพียงใดต้องขึ้นอยู่กับความกรุณาของทางภาครัฐ ขณะที่ผลจากการตัดไฟฟ้านั้น กระทบกับชาวบ้านประมาณ10หลังคาเรือนและที่พักประมาณ 10 แห่ง ที่จะไม่มีไฟฟ้าใช้ แต่ยอมรับสภาพ ส่วนที่พักที่ยังเปิดให้บริการนั้น มีเฉพาะส่วนที่เปิดอย่างถูกต้องเท่านั้นbc444d5dff83914ebba924b785a8b347.jpgรายงานข่าวระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมากรมป่าไม้ได้ตรวจยึดและดำเนินคดีบ้านพักตากอากาศ ม่อนใจโฮมสเตย์ บ้านหนองหอยใหม่ หมู่ 11 ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่เนื้อที่ 1-3-70 ไร่ พื้นที่มีลักษณะของสิ่งปลูกสร้างก่อสร้างหลังปี2557 ซึ่งไม่อยู่ในโครงการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ ป่าแม่ริม ขณะตรวจสอบไม่พบตัวผู้กระทำผิด ต่อมาขยายผลสำรวจและตรวจสอบบ้านพักตากอากาศ รีสอร์ท ร้านกาแฟขนาดใหญ่ หรือสถานบริการนักท่องเที่ยวอื่นๆ พบว่า มีกลุ่มผู้อยู่อาศัยทำกินเดิมซึ่งขยายพื้นที่เพิ่มเติม 11 รายbce49838dc21d8a9626dfe6df21df6e0.jpgขณะเดียวกันมีการดำเนินคดีต่อสถานประกอบการที่มีบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมบุกรุกครอบครองที่ป่าไม้ซึ่งดำเนินคดีเต็มพื้นที่ 6 ราย ตรวจสอบพบว่า ผู้ประกอบการซื้อที่ดินจากผู้ครอบครองเดิม ดำเนินธุรกิจในลักษณะนอมินี รวมถึงเป็นนายทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้แก่ ใจโฮมสเตย์ เนื้อที่1-3-70ไร่,ม่อนแสนสิริจันทรา เนื้อที่ 4-2-3ไร่,ม่อนดอยลอยฟ้า เนื้อที่ 1-2-84 ไร่,บ้านท่าจันทร์ เนื้อที่ 1-2-85 ไร่,รีสอร์ท ม่อนม่วน เนื้อที่11-3-33ไร่ และไร่นาย เนื้อที่ 5-1-82ไร่ พร้อมตรวจสอบพบผู้ประกอบการที่ทำสิ่งปลูกสร้าง แต่ระบุว่าเป็นลานกางเต็นท์อีก 8 ราย ได้แก่ เดอะเบสท์แคมป์ ,หนองหอยแคมป์ ,บ้านอุ่นไอหนาว,ม่อนเหนือหมอก,ไร่ปลายฝัน,ไร่นายพงษ์ สุขสกุลปัญญา ,ไร่แสงอรุณ และภูวินคาเฟ่ โดยกรมป่าไม้ได้ขอความร่วมมือกรมโยธาธิการและผังเมืองร่วมตรวจสอบว่า ถือเป็นสิ่งปลูกสร้างถาวรหรือไม่เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไปdbd2e2432828658b115da6bc3f4b3621.jpgนอกจากนี้กรมป่าไม้ได้กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ริมและท้องที่ใกล้เคียงอำเภอแม่ริมดังนี้ คือ ดำเนินคดีกับแปลงที่ดินที่มีการเปลี่ยนการถือครองที่ดิน โดยมีกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม 2563 กรณีเจ้าของที่ดินเดิมก่อสร้างเกินพื้นที่ทำกินเดิม หรือสร้างสิ่งปลูกสร้างที่ไม่เหมาะสมตามหลักวิศวกรรม หรือส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ดำเนินการรื้อถอนให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน หากพ้นกำหนดเวลาแล้วไม่รื้อถอนให้ถือว่า มีเจตนาฝ่าฝืนต้องดำเนินการตรวจยึดดำเนินคดีทั้งแปลง โดยมีกำหนดระยะเวลาดำเนินคดี 1 เดือน นับจากวันที่สิ้นสุดการแจ้งเตือน48a9c7909ef33857a077c9160387b72f.jpgส่วนแนวทางการดำเนินงานจัดการพื้นที่อย่างยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ริม (ม่อนแจ่มและพื้นที่ใกล้เคียง) นั้นให้จัดทำร่างคณะกรรมการบริหารจัดการพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ริม (ม่อนแจ่ม) ระหว่างภาครัฐ ประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการออกแบบบริหารจัดการพื้นที่ในกลุ่มผู้ที่มีสิทธิ์ให้มีการจัดการพื้นที่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น การท่องเที่ยวเชิงเกษตร แต่ต้องเป็นลักษณะการทำเกษตรกรรมนำการท่องเที่ยว ผสมผสานการท่องเที่ยวเชิงนิเวศกับการเกษตรแบบยั่งยืน และการแก้ไขปัญหาสิ่งปลูกสร้างที่รองรับนักท่องเที่ยวที่มีขนาดใหญ่หรือเสี่ยงต่อการทำลายระบบนิเวศ ตลอดจนกำหนดรูปแบบขอบเขต สัดส่วนของพื้นที่ในการทำการเกษตรและการบริหารที่พักที่เหมาะสมเช่น กำหนดให้พัฒนาเป็นสถานที่พักในรูปแบบโฮมสเตย์หรือที่พักชั่วคราวได้ร้อยละ 20 ของพื้นที่ถือครอง ส่วนลานกางเต็นท์/กระโจมจะต้องมีรูปแบบที่ไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม