ฝุ่นควันเชียงใหม่หนาทึบคลุมทั้งเมือง ทุกแหล่งตรวจวัดพบตรงกันค่าPM2.5พุ่งเกินค่ามาตรฐาน4วันซ้อน เตือนคนเลี่ยงทำกิจกรรมกลางแจ้ง81d4dbb26dddcfbe3f23c91121354c5a.jpgรายงานจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่าวันนี้(19 ก.พ.63) สภาพตัวเมืองเชียงใหม่ยังคงถูกปกคลุมหนาทึบด้วยฝุ่นควันที่เกิดจากการเผา ทั้งการลักลอบเผาป่าและเผาในที่โล่ง ส่งผลให้ฝุ่นPM2.5และดัชนีคุณภาพอากาศสูงเกินค่ามาตรฐานต่อเนื่องกันเป็นวันที่ 4 แล้ว โดยผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจังหวัดเชียงใหม่จากสถานีตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษ ในตำบลช้างเผือก,ตำบลศรีภูมิ และตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 693c9beff454222e31fbf9db3855af43.jpgพบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กPM2.5 เฉลี่ยในรอบ24ชั่วโมง ณ เวลา 09.00น. วันนี้อยู่ที่ 73ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร , 73ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร และ55 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ตามลำดับ เกินค่ามาตรฐาน 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ส่วนค่าดัชนีคุณภาพอากาศ(AQI) อยู่ที่ 157,157และ111 ตามลำดับ เกินค่ามาตรฐาน 100 ซึ่งมีการแจ้งเตือนและข้อแนะนำประชาชนทั่วไปให้เลี่ยงการออกทำกิจกรรมกลางแจ้ง หากจำเป็นให้สวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกัน ส่วนกลุ่มเสี่ยงให้งดทำกิจกรรมนอกบ้านa6e67fc92d01c0bbe634d445fce427ed.jpgนอกจากนี้รายงานผลการตรวจวัดคุณภาพจากแหล่งข้อมูลต่างๆ พบว่าค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กPM2.5และคุณภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เกินค่ามาตรฐานจนอยู่ระดับที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งสิ้น โดยแอพลิเคชั่น AirCMI แจ้งผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในช่วงใกล้เวลา 12.00น. พบว่าค่าฝุ่นPM2.5 ในตัวเมืองเชียงใหม่อยู่ที่ 116 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร โดยอีกหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ต่างพบค่าฝุ่นPM2.5สูงเช่นกัน b50828582fff49b3b15465ce0795eda9.jpgขณะที่ข้อมูลจากเว็บไซต์www.airvisual.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์วัดคุณภาพอากาศของทั่วโลก พบว่าจากการเปรียบเทียบดัชนีคุณภาพอากาศหรือค่า US AQI จากหัวเมืองใหญ่จากประเทศต่างๆ ทั่วโลกพบว่าเมื่อเวลา 11.30 น.วันนี้ ค่ามลพิษในอากาศของจังหวัดเชียงใหม่อยู่อันดับ 11 ของโลก พบดัชนีคุณภาพอากาศวัดได้  159 US AQI ส่วนอันดับ1  เป็นของเมือง Delhi ประเทศอินเดีย วัดค่าได้  251  US AQI  ส่วนกรุงเทพฯ วัดค่าได้ 103 อยู่อันดับที่ 27 ของโลกa79e68ee5718b127086697bb2f9c46a6.jpgด้านศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันจังหวัดเชียงใหม่ แจ้งว่าวันนี้(19 ก.พ.63) รอบเช้ารับแจ้งตรวจพบจุด Hotspot จำนวน 45 จุด  ในพื้นที่ 12 อำเภอ 22 ตำบล ซึ่งได้ตรวจสอบแล้วว่าจุด Hotspot ใกล้เคียงจุดเดิมที่ลุกลามจากรอบบ่ายวานนี้ จำนวน 3 จุด เป็นจุดใหม่ จำนวน 42 จุด โดยทุกพื้นที่มีการระดมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและควบคุมสถานการณ์อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการดับไฟ ซึ่งพบว่าหลายจุดเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าที่ลาดชันและเข้าถึงยาก.