รองนายกรัฐมนตรี เร่งติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดระดมสรรพกําลัง อุปกรณ์เครื่องมือ และอากาศยาน เข้าดับไฟให้ดับสนิท และบังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจัง6cadee2520633cbc2cc96763ee5d820b.jpg
da6a60a4d28a37c6f7eaf84574f5b2ed.jpg
พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ที่ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ฝ่ายปกครองจังหวัดเชียงใหม่ กองทัพภาคที่ 3 ตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมประชุมทางไกลผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ กับอีก 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมประชุมด้วย 6a15a56a3f850cb529a02ef95c2ef0f0.jpg
87bd1f20be2ed283a0bde88cc938162a.jpgทั้งนี้รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่ช่วยกันแก้ไขสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน อย่างเต็มกําลังความสามารถ และได้เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดระดมสรรพกําลัง อุปกรณ์เครื่องมือ และอากาศยาน เข้าดับไฟ ไม่ให้ลุกลามเป็นวงกว้าง ให้ดับไฟให้สนิท พร้อมเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการประทุขึ้นซ้ำในพื้นที่เดิม, สั่งการให้ระดับตําบล หมู่บ้าน จับตากลุ่มเสี่ยง ที่มีพฤติกรรมการเผาป่า หาของป่า ล่าสัตว์ ซึ่งหากพบว่ามีการเผาในพื้นที่อนุญาตให้ใช้ที่ดินทํากินตามแนวทาง คทช. ขอให้ตัดสิทธิ์ทันที, โดยทุกหน่วยงานต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และเตรียมรับมือการเผาหลังพ้นช่วงห้ามเผาด้วย สําหรับการจุดไฟเผาป่า ต้องหาตัวผู้กระทําผิดให้ได้โดยเร็ว และจัดการแถลงข่าวการจับกุมเป็นตัวอย่างให้ประชาชนรับรู้ โดยจังหวัดต้องทำงานควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพประชาชนจากมลพิษหมอกควัน เช่นการจัด safety zone ที่บ้าน เพื่อลดผลกระทบจากมลพิษ และเป็นไปตามแนวทางการเฝ้าระวังโรคโควิด-19 สําหรับปัญหาหมอกควันข้ามแดน ให้เร่งหารือกับประเทศเมียนมา ลาว และกัมพูชาใหม่ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม หากพบจุดความร้อนเพิ่มขึ้น ให้ประสานงานกับสํานักเลขาธิการอาเซียนอย่างใกล้ชิด, ให้กองทัพภาคที่ 3 และจังหวัดชายแดน เจรจาสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง และพิจารณาช่วยเหลือหากมีการร้องขอตามความเหมาะสม ซึ่งหลังสิ้นสุดสถานการณ์ ให้ทุกฝ่ายร่วมกันถอดบทเรียนเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างเด็ดขาดและยั่งยืนต่อไป a7d1542e634ad577ff41243a55722d9e.jpg
7218af9ab1f7df02e3007fb75be86af4.jpg
จากนั้น รองนายกรัฐมนตรีเดินทางไปที่หน้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ดอยสุเทพ-ปุย และบริเวณน้ำตกมณฑาธารตรวจเยี่ยมและให้กําลังใจ พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพและอุปกรณ์จําเป็นต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน รวมทั้งอาสาสมัคร และจิตอาสา เพื่อสร้างขวัญกําลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ที่ร่วมเป็นกําลังสําคัญในการป้องกันและดับไฟป่า ทั้งนี้ได้เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน และขอให้ทุกคนเดินหน้าช่วยกันป้องกันและดับไฟป่าอย่างเต็มที่ รวมถึงช่วยขยายผลสร้างการรับรู้ สร้าง แนวร่วมในการดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้อันมีค่าให้คงอยู่ถึงลูกหลานต่อไป