ชื่นชม!หนุ่มน้อยเชียงใหม่วัย16 ส่งต่อแนวคิดทำความดีตระเวนชวนร้านข้าวร่วมโครงการ”ปันอิ่ม” ให้คนเดือดร้อนโควิด-19 กินฟรี แค่เอาสติ๊กเกอร์ที่ติดไว้หน้าร้านเข้าไปแลก โดยใช้เงินบริจาคประเดิมทุนหนุนร้านอิ่มละ20บาท ส่วนคนอยากช่วยร่วมได้บริจาคที่ร้านโดยตรง86c15a05cd781a58640b4d88171cff0b.jpgรายงานจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า นอกจากการแจกอาหาร,น้ำดื่มและสิ่งของดำรงชีวิตประจำวันให้กับผู้เดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งโดยการตั้งจุดแจกที่มีการทำกันมาตั้งแต่แรก หรือการตั้ง “ตู้ปันสุข” ที่กำลังเกิดกระแสนิยมอย่างมาก ขณะนี้ที่จังหวัดเชียงใหม่พบว่าเด็กหนุ่มอายุ16ปีคนหนึ่งกับเพื่อนๆ กำลังพยายามผลักดัน คือ โครงการปันอิ่ม ซึ่งเป็นการช่วยเหลือผู้เดือดร้อนอีกทางหนึ่งให้ได้รับประทานอาหารฟรี แต่ขณะเดียวกันยังเป็นการช่วยเหลือร้านขายข้าวให้มียอดขายบ้าง พร้อมทั้งให้ทางร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือด้วย เพราะร้านจะได้รับค่าอาหารจากเงินบริจาคที่อุดหนุนอิ่มละ20บาท และส่วนเกินจากนั้น ร้านจะรับไว้เอง อีกทั้งหากคนทั่วไปอยากจะร่วมช่วยเหลือแต่มีกำลังทรัพย์ไม่มากนักก็สามารถทำได้20c5a6c69c04ad6ef2d5293106f8d779.jpgโดย “น้องเซน” หรือ นายสาละ เวียงเก่า อายุ16ปี เด็กหนุ่มชาวเชียงใหม่ ซึ่งกำลังผลักดันโครงการ “ปันอิ่ม” ในเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่เกิดสถานการณ์โควิด-19 ทางครอบครัวและกลุ่มเพื่อนของครอบครัวได้มีการรวบรวมเงินกันเพื่อทำอาหารและซื้อน้ำดื่ม รวมทั้งอาหารแห้งและสิ่งของจำเป็นแจกจ่ายช่วยเหลือคนเดือดร้อนมาตลอด อย่างไรก็ตามสังเกตเริ่มเห็นว่าที่จริงแล้วร้านขายข้าวและขายอาหารได้รับผลกระทบเช่นกันจากยอดขายที่ลดน้อยลง ซึ่งปัจจัยส่วนหนึ่งอาจจะมาจากการที่มีการแจกอาหารฟรีทั่วไปมากมายหลายจุด ประกอบกับตัวเองเห็นในโซเชียลมีเดียว่าหลายแห่งทั้งที่กรุงเทพฯ และต่างประเทศมีการทำโครงการแบ่งปันความอิ่มให้ความช่วยเหลือผู้เดือดร้อนด้วยการนำเงินไปจ่ายไว้ที่ร้านขายข้าวก่อน แล้วให้ผู้เดือดร้อนสามารถเข้าไปใช้สิทธิ์ขอรับประทานข้าวได้ฟรีจนกระทั่งครบจำนวนเงินที่จ่ายไว้ล่วงหน้ากับทางร้าน จึงอยากต่อยอดและทำโครงการลักษณะเดียวกันนี้บ้างที่เชียงใหม่และใช้ชื่อว่าโครงการ “ปันอิ่ม”37ade6f379da5de6d9ad76afabc727fa.jpgทั้งนี้จึงปรึกษากับผู้ปกครองและชักชวนเพื่อนๆ ร่วมกันทำโครงการนี้ โดยใช้เงินทุนที่มีอยู่แล้วจำนวนหนึ่งจากการรวบรวมกันไว้ก่อนหน้านี้ ส่วนรูปแบบวิธีการดำเนินโครงการคือจะฝากเงินเป็นค่าอาหารจำนวนหนึ่งไว้กับทางร้านที่ร่วมโครงการ พร้อมป้ายโครงการเพื่อประชาสัมพันธ์ให้คนทราบและกระดานที่ติดสติ๊กเกอร์ดวงตราสัญลักษณ์โครงการวางที่หน้าร้าน เมื่อผู้เดือดร้อนต้องการรับประทานอาหาร ให้แกะสติ๊กเกอร์ที่ติดอยู่บนกระดานนำไปแจ้งกับทางร้านเพื่อรับประทานอาหารฟรี1อย่างตามเมนูของร้าน เช่น ข้าวราดแกง เป็นต้น 8bd88cc190694c25edb68d0868919eca.jpgซึ่งสติ๊กเกอร์ที่ติดอยู่บนกระดานในครั้งแรกนั้น แต่ละดวงทางโครงการจะมอบเงินฝากเป็นทุนแรกเริ่มไว้กับทางร้านดวงละ 20 บาท หากราคาอาหารสูงเกินกว่านั้น ทางร้านจะถือว่าเป็นการร่วมช่วยเหลือด้วย หรือหากราคาต่ำกว่านั้น ส่วนที่เหลือทางร้านสามารถพิจารณาได้ตามความเหมาะสม เพราะจุดประสงค์ของการทำโครงการนี้คือต้องการช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนและได้รับผลกระทบ ซึ่งแต่ละร้านต่างเป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบเช่นกัน0aa9d22b95641a1289c86713d423d16b.jpg“น้องเซน” บอกด้วยว่า พร้อมกันนี้ทางโครงการยังมอบสติ๊กเกอร์ไว้ที่ร้านอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อที่ในกรณีที่หากมีผู้ต้องการจะร่วมสนับสนุนโครงการก็สามารถทำได้ด้วยการบริจาคหรือฝากเงินไว้กับทางร้านแล้วนำไปสติ๊กเกอร์ไปติดเพิ่มไว้บนกระดาน โดยการบริจาคเงิน20บาทต่อสติ๊กเกอร์ 1 ดวง เพราะมองว่าบางทีอาจจะมีคนอีกเป็นจำนวนมากที่อยากช่วยเหลือผู้อื่นในช่วงนี้เช่นกัน เพียงแต่ว่าไม่มีกำลังมากพอที่จะช่วยครั้งละมากๆ 04e9ea5af835d7c6ac226dd381116c7c.jpgแต่หากช่วยเหลือในลักษณะนี้สามารถทำได้ง่ายกว่า โดยจากการตระเวนเชิญชวนทำให้เวลานี้มีร้านที่เข้าร่วมโครงการแล้วประมาณ 20 ร้าน ทั้งนี้ยอมรับว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนริเริ่มแนวคิดแบ่งปันความอิ่ม แต่เห็นว่าเป็นแนวคิดทำความดีจึงอยากต่อยอดและส่งต่อแนวความคิดทำความดีให้กระจายกว้างขวางยิ่งขึ้นให้ผู้คนในสังคมร่วมกันทำความดีโดยไม่จำเป็นต้องจำกัดรูปแบบ ซึ่งทุกคนก็สามารถทำได้ในรูปแบบของตัวเอง4a86fc520203f4c5d175bcc44fe0704a.jpgด้านนางหัถยา พลภัทรพิจารณ์ หรือ “อาจารย์ติ้ว” เจ้าของร้านข้าวแกงครัวคุณหนุ่ย ย่านคำเที่ยง ในตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในร้านที่ร่วมโครงการ “ปันอิ่ม” เปิดเผยว่า ร่วมโครงการนี้มาได้ประมาณ 2 สัปดาห์แล้ว หลังจากที่มีเด็กหนุ่มพร้อมครอบครัวที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนมาอธิบายและชักชวนเข้าร่วมโครงการ ซึ่งเห็นว่าเป็นโครงการที่ดีจึงเข้าร่วมด้วย แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาทางร้านจะได้รับผลกระทบทำให้ยอดขายลดลงเช่นกัน โดยทางเด็กหนุ่มได้มอบเงินเป็นทุนแรกเริ่มให้เบื้องต้นจำนวน 500 บาท สำหรับข้าวราดแกง 25 จานๆละ 20บาท88c9de91332ec28937f572da8a5908d9.jpg ซึ่งทางร้านร่วมสนับสนุนให้อีกจานละ5บาท เพราะราคาขายปกติของทางร้านจะเริ่มต้นที่ 25 บาท ทั้งนี้ตั้งแต่ที่ร่วมโครงการปรากฏว่ายังไม่มีผู้เดือดร้อนเข้ามาขอรับประทานอาหารฟรีเลย มีแต่ลูกค้าที่มารับประทานอาหารแล้วเห็นโครงการนี้และร่วมบริจาคเพิ่มเติม ทั้งฝากเงิน 20 บาทแลกสติ๊กเกอร์1ดวงนำไปติดบนกระดาน หรือไม่รับเงินทอนแล้วให้รวบรวมเป็นเงินค่าอาหารตามโครงการนี้ ทำให้มีสติ๊กเกอร์ติดบนกระดานเพิ่มขึ้น ซึ่งทางร้านเตรียมที่จะทำเป็นข้าวกล่องออกไปแจกจ่ายผู้เดือดร้อนให้ได้รับประทานกันแทนที่จะต้องมาที่ร้าน