fbd2cab27a60fb96f4bb8165c002126b.jpgเปิดตัว!คุณตาวัย72ปี อดีต จนท.มช. เจ้าของตัวจริง “พี่เตี้ย” เล่าประวัติความเป็นมาละเอียดยิบ เผยสุดสะเทือนใจทราบข่าวการตาย เตรียมร่วมวอชด็อกดำเนินการตามกฎหมายทวงความเป็นยุติธรรม441b96e6b4e68d1e3dd5039a73ddf1c4.jpg
e2d2b8feef114eefd9132743a8073668.jpg
78271ed98e2e6d3d16f025dfdf23bc3f.jpg
ความคืบหน้ากรณีการตายของ “เตี้ย มช.” สุนัขเซเลบชื่อดังที่เป็นที่รักของนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่และคนรักสุนัข ซึ่งถูกพบเป็นซากเน่าอืดถูกทิ้งไว้ในป่าหญ้าข้างทางในซอยเปลี่ยวตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่7พ.ค.63 หลังจากที่หายตัวไปวันที่4พ.ค.63 จนมีการประกาศตามหาตัว แล้วต่อมา ตชด. หนุ่มต้องสงสัยคนดังกล่าวได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจสารภาพว่าเป็นคนรับสุนัข ขึ้นรถจักรยานยนต์ออกมาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขี่รถเล่น แต่ระหว่างนั้นสุนัขไม่สะดวกลงรถและถูกล้อหลังของรถจักรยานยนต์ทับตาย โดยปฏิเสธยืนยันว่าไม่ได้ทำทารุณกรรมแต่อย่างใดทั้งสิ้น ขณะที่ทางมูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ ไม่เชื่อและแจ้งความดำเนินคดีข้อทารุณกรรมสัตว์กับผู้ต้องสงสัย รวมทั้งล่าสุดแจ้งว่าสามารถติดต่อประสานกับทางเจ้าของที่แท้จริงของ “เตี้ย มช.” ได้แล้ว ในการที่จะเป็นเจ้าทุกข์เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัยf85280687334216a8d9b5c286bd096e9.jpg
b8d28ee64984675d7b75908d74bf9f54.jpg
วันนี้(21 พ.ค.63) จากการตรวจสอบทราบว่าเจ้าของที่แท้จริงของ “เตี้ย มช.” คือ นายสมศักดิ์ ไชยวงค์ อายุ 72 ปี อดีตเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่มีบ้านพักอาศัยอยู่ย่านชุมชนเจ็ดยอด ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเปิดเผยว่า “เตี้ย มช.” เป็นสุนัขของตัวเองและครอบครัว ที่บ้านตั้งชื่อว่า “ช้าง” เกิดพร้อมกับพี่น้องท้องเดียวกันรวม5ตัว เมื่อช่วงประมาณเดือน ก.พ.2555 จากแม่ที่ชื่อ “ถุงเงิน” ที่ปัจจุบันอายุประมาณ 12 ปี และยังมีชีวิตอยู่ที่บ้าน พร้อมกับน้องของ “เตี้ย มช.” อีก 2 ตัว โดย “ช้าง” หรือ “เตี้ย มช.” ที่คนส่วนใหญ่รู้จักนั้น มีนิสัยเป็นมิตรและชอบเล่นกับคนตั้งแต่เล็กๆ แล้ว ซึ่งเมื่อายุได้เพียงประมาณ 6 เดือน หรือช่วงปลายปี 2555 ก็เริ่มตามคนออกเที่ยวแล้วจากละแวกใกล้ๆ บ้าน และขยับออกไปไกลจนถึงมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยในช่วงแรกยังกลับบ้านบ้าง จนกระทั่งในช่วง 3 ปี หลังมานี้แทบจะไม่ได้กลับมาเลยและใช้ชีวิตอยู่ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นหลัก ครั้งสุดท้ายที่ “เตี้ย มช.”กลับมาบ้านน่าจะประมาณปีที่แล้ว และมาเพียงวันเดียวก็กลับไป
อย่างไรก็ตามตลอดช่วงเวลาที่ “เตี้ย มช.” ใช้ชีวิตอยู่ในมหาวิทยาลัยนั้น ตัวเองมักจะแวะเวียนไปเที่ยวหาอยู่เสมอ เพราะปกติในช่วงเช้าของทุกวันจะออกกำลังกายด้วยการขี่จักรยานขึ้นดอยสุเทพ และขากลับจะขี่เข้าไปหาในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ช่วงแรกพบว่า “เตี้ย มช.” มักจะนอนอยู่บริเวณศาลาธรรม จนต่อมาใช้ชีวิตอยู่ที่ภาควิชาคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ เป็นหลัก โดยมีนักศึกษาเอ็นดูรักใคร่ให้อาหารกินและดูแลอย่างดี ซึ่งมีครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนตัวเองเคยพยายามจะพา “เตี้ย มช.” กลับบ้าน ด้วยการขี่จักรยานและผูกเชือกจูงกันมา แต่ “เตี้ย มช.” กลับมาอยู่ได้เพียง 2-3 วัน ก็กลับไปอยู่ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อีกเหมือนเดิม สุดท้ายจึงตัดสินใจปล่อยให้ “เตี้ย มช.” ใช้ชีวิตอย่างอิสระตามความต้องการ เพราะเห็นว่ามันมีความสุขดีและวางใจได้ว่าได้รับการดูแลอย่างดีจากคนที่รักใคร่มัน61c1747b3049484075fe576223e32cba.jpg
0547b26a146442126c6756364f6c4784.jpg
ทั้งนี้นายสมศักดิ์ บอกว่า ตอนแรกไม่คิดว่า “เตี้ย มช.” จะกลายเป็นสุนัขชื่อดังที่มีคนรู้จักและรักใคร่มากมายเช่นนี้ จนครั้งหนึ่งในช่วงที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จัดงานประเพณีรับน้องขึ้นดอย เห็น “เตี้ย มช.” วิ่งขึ้นดอยด้วยกับนักศึกษาและกลายเป็นข่าวโด่งดัง ซึ่งดีใจด้วยกับ “เตี้ย มช.”ที่มีคนรู้จักและรักใคร่มากมายเช่นนั้น อย่างไรก็ตามทั้งตัวเองและครอบครัวไม่เคยคิดแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของดั้งเดิมของ “เตี้ย มช.” เลย แต่ยังผูกพันกันอยู่ในฐานะเจ้าของและ “เตี้ย มช.” หรือ “ช้าง” ก็ยังจำได้ เพราะทุกครั้งที่ตัวเองหรือคนในครอบครัวแวะเวียนไปหาหรือเจอกับ “เตี้ย มช.” โดยเรียกชื่อว่า “ช้าง” มันยังจำได้และวิ่งเข้ามาหาพร้อมเล่นด้วยอย่างมีความสุขและคุ้นเคยทุกครั้ง
สำหรับการตายของ “เตี้ย มช.” นั้น นายสมศักดิ์ เปิดเผยว่า เมื่อทราบข่าวครั้งแรกรู้สึกตกใจและเสียใจอย่างมาก แม้จะไม่ได้เลี้ยงดู “เตี้ย มช.”อยู่ที่บ้าน แต่ตัวเองยังรักใคร่ผูกพันในฐานะเจ้าของอยู่ดี เพราะเห็นมาตั้งแต่ครั้งแรกที่ลืมตาดูโลก และทุกวันนี้ “ถุงเงิน” แม่ของ “เตี้ย มช.” ก็ยังอยู่ที่บ้านของตัวเอง พร้อมกับน้องอีก2ตัว อย่างไรก็ตามยิ่งรู้สึกสะเทือนใจยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อทราบว่ามีความเป็นไปได้ที่ “เตี้ย มช.” อาจจะถูกทารุณกรรมหรือถูกฆ่าให้ตาย ซึ่งมองว่าเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมเกินไป และอยากจะถามคนที่ทำเช่นนั้นได้อย่างไรกับ “เตี้ย มช.” ที่เป็นมิตรกับทุกคนและไม่มีทางสู้ โดยจากเดิมที่ไม่เคยคิดว่าจะแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของ เมื่อได้รับการติดต่อประสานงานจากทางมูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ต้องสงสัย จึงพร้อมที่จะแสดงตัว เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับ “เตี้ย มช.” โดยในส่วนของการดำเนินการตามกฎหมายนั้น จะมอบหมายให้ทางมูลนิธิฯ เป็นตัวแทนดำเนินการให้จนถึงที่สุด เพื่อทำให้ความจริงปรากฏ