วันพุธ, กันยายน 30, 2020
หน้าแรก ข่าวด่วน ข่าวเด่นรอบวัน ตร.ภาค5จับยาบ้า2คดี1ล้าน4แสนเม็ดเครือข่ายอดีตนายก อบต.ศรีดงเย็น

ตร.ภาค5จับยาบ้า2คดี1ล้าน4แสนเม็ดเครือข่ายอดีตนายก อบต.ศรีดงเย็น

5iST1e.jpg
ตำรวจภูธรภาค5 แถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ 2 คดี ในพื้นที่จังหวัดลำพูน และเชียงใหม่ ได้ของกลางยาบ้ารวม 1 ล้าน 4 แสน เม็ด ผู้ต้องหา 5 คน รถยนต์อีก 13 คันดำเนินคดี โดยคดีแรกเป็นอดีตนายกองค์การริหารส่วนตำบลศรีดงเย็น อำเภอไชยปราการจังหวัดเชียงใหม่ 13
14
ที่กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ปปส.ภาค5 มทบ.33 ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ 2 ราย ผู้ต้องหา 5 คน ของกลาง ยาบ้าประมาณ 1,439,200 เม็ด รถยนต์ 13 คัน
รายที่ 1 วันที่ 30 มิ.ย.2563 เวลาประมาณ 01.30 น. สถานที่เกิดเหตุ บริเวณด่านตรวจแม่ทา ต.ทาสบเส้า อ.แม่ทา จว.ลำพูน ต่อเนื่องถนนซุปเบอร์ไฮเวย์ ลำปาง–เชียงใหม่ กม. 492-493 ต.เวียงตาล อ.ห้างฉัตร จว.ลำปาง หน่วยจับกุม บก.สส.ภ.5, ปปส.ภาค 5, ด่านตรวจแม่ทา สภ.แม่ทา จว.ลำพูน ของกลาง ยาบ้าประมาณ 1,200,000 เม็ด, รถยนต์ 2 คัน และตรวจยึดอายัดทรัพย์สิน รถยนต์ 11 คัน ไว้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ และตรวจยึดแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ จำนวน 8 ชุด ไว้เพื่อตรวจสอบ พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 4 คน 1. นายธนภัทร ผัดเวียง บ้านเลขที่ 239/3 หมู่ 5 ต.ศรีดงเย็น อ.ไชยปราการ จว.เชียงใหม่ 2. นายภพ บุญมาก บ้านเลขที่ 33 หมู่ 15 ต.สันทราย อ.ฝาง จว.เชียงใหม่ 3. นายวีระพล คำมามุง บ้านเลขที่ 40/1 หมู่ 5 ต.ศรีดงเย็น อ.ไชยปราการ จว.เชียงใหม่ 4. นายพงษ์พันธ์ วงษาฝั้น บ้านเลขที่ 58/1 หมู่ 1 ต.ดอยหล่อ อ.ดอยหล่อ จว.เชียงใหม่ 15
16
จากการสืบสวนของ บก.สส.ภ.5 และ ปปส.ภาค 5 มีข้อมูลว่า นายธนภัทร ผัดเวียง อดีตนายก อบต.ศรีดงเย็น อ.ไชย ปราการ จว.เชียงใหม่ มีพฤติการณ์ร่วมกับแฟนสาว ใช้รถยนต์หลายคันสลับสับเปลี่ยนลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ ชายแดนภาคเหนือเข้าสู่พื้นที่ตอนในและภาคใต้ของประเทศ และมีประวัติเคยถูกจับคดียาเสพติดมาแล้ว 2 ครั้ง จึงได้สืบสวนติดตามการใช้รถยนต์, เส้นทางการใช้รถยนต์ และนำมาวิเคราะห์พบความผิดปกติของเส้นทางการเดินรถ และมีพฤติการณ์น่าเชื่อว่ามีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดไปยังพื้นที่ตอนใน หรือภาคใต้ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2563 ตรวจพบรถยนต์ในกลุ่มขบวนการ วิ่งผ่านด่านตรวจผาหงษ์ อ.ไชยปราการ จว. เชียงใหม่ มุ่งหน้าไปทางตัวเมืองเชียงใหม่ จึงจัดชุดปฏิบัติการเพื่อสืบสวนติดตาม จนกระทั่งเวลาประมาณ 01.30 น. ของวันที่ 30 มิ.ย.2563 รถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน สีขาว ติดแผ่นป้าย ทะเบียน ขล 2316 เชียงใหม่ ขับเข้ามายังด่านตรวจแม่ทา เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้เรียกให้หยุดรถ ตรวจสอบพบนายธนภทัรฯ เป็นผู้ขับขี่ และนายภพฯ เป็นผู้โดยสาร พบยาเสพติด (ยาบ้า) บรรจุอยู่ในถุงกระสอบพลาสติกคละสี จำนวน 8 กระสอบ ภายในซุกซ่อนยาบ้า รวมจำนวนยาบ้าประมาณ 1,200,000 เม็ด วางอยู่บริเวณที่นั่งผู้โดยสารด้านหลัง 17
18จากนั้นได้ติดตาม จับกุม รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยารีส สีดำ ทะเบียน ฌพ 6631 กทม. ทำหน้าที่ขับนำ ต่อมาสกัดจับกุมได้ที่บริเวณหลัก กิโลเมตรที่ 492-493 ถนนเชียงใหม่-ลำปาง ตรงข้ามสถานีควบคุมไฟป่า จว.ลำปาง พบนายวีระพล คำมามุง เป็นผู้ขับขี่รถยนต์ เก๋งฯ จากการซักถามให้การว่า ทำหน้าที่ขับรถนำสำรวจเส้นทางลักลอบลำเลียงยาบ้าของกลางให้กับนายธนภัทรฯ พี่ชายของ ตน และก่อนถูกจับกุมได้ร่วมกับนายธนภัทรฯ นำยาบ้า 1 กระสอบ หรือประมาณ 100,000 เม็ด ไปส่งมอบให้กับผู้ใช้รถยนต์ กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่ สีขาว ทะเบียน ยก 6270 เชียงใหม่ ซึ่งจอดรออยู่ที่บริเวณริมถนนตรงข้ามร้านอาหารดาวคะนอง ลำพูน ถนนซูเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่-ลำปาง ต่อมาได้ตรวจสอบฐานข้อมูล พบว่าเชื่อมโยงไปถึงนายพงษ์พันธ์ หรือเป้ วงษาฝั้น ที่อยู่เลขที่ 58/1 หมู่ 1 ต.ดอยหล่อ อ.ดอยหล่อ จว.เชียงใหม่ เมื่อตรวจสอบข้อมูลรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่ สีขาว ทะเบียน ยก 6270 เชียงใหม่ พบชื่อ นายพงษ์พันธ์ วงษาฝั้น เป็นผู้ครอบครอง ผู้บังคับบัญชาจึงสั่งการให้สืบสวนติดตามพฤติการณ์ ต่อมาได้ขยายผลการจับกุม นายพงษ์พันธ์ วงษาฝั้น อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 58/1 หมู่ 1 ต.ดอยหล่อ อ.ดอยหล่อ จว.เชียงใหม่ พร้อมด้วยยาบ้าประมาณ 100,000 เม็ด รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า เหตุเกิดที่ ต.ดอยหล่อ อ.ดอยหล่อ จว.เชียงใหม่ รวมตรวจยึดยาบ้า จำนวน 1,300,000 เม็ด
ขยายผลตรวจยึด/อายัดทรัพย์สิน รถยนต์ ในเต็นท์ชื่อ “จตุรวิทย์ธุรกิจยนต์” ตั้งอยู่เลขที่ 33 หมู่ที่ 15 ต.สันทราย อ.ฝาง จว.เชียงใหม่ จำนวน 11 คัน มูลค่าประมาณ 4 ล้านบาท ซึ่งเป็นเต็นท์รถยนต์ของนายภพ บุญมาก ไว้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ และตรวจยึดแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ จำนวน 8 ชุด ไว้ตรวจสอบ 19
20
ส่วน รายที่ 2 วันที่ 2 ก.ค.2563 เวลาประมาณ 23.00 น. สถานที่เกิดเหตุ บริเวณบ้านเลขที่ 168 บ้านม้ากลาง หมู่ 9 ต.ลำปางหลวง อ.เกาะคา จว.ลำปาง หน่วยจับกุม ชปส.กก.สส.ภ.จว.ลำปาง ของกลาง ยาบ้าประมาณ 139,200 เม็ด , อาวุธปืน 4 กระบอก ผู้ต้องหา 1ราย คือ นายกิตติคุณหรือมิ้น มณีจักร บ้านเลขที่ 168 หมู่ 9 ต.ลำปางหลวง อ.เกาะคา จว.ลำปาง พฤติการณ์แห่งคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่านายมิ้นฯ ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง มีพฤติการณ์จำหน่ายยาบ้าให้กับ ลูกค้าขาประจำและบุคคลที่คุ้นเคย ซึ่งสายลับพบว่า นายมิ้นฯ ได้จำหน่ายยาบ้าให้กับพวกของสายลับหลายครั้งแล้ว พร้อมกับ แจ้งถึงตำหนิรูปพรรณของนายมิ้นฯ ให้ชุดจับกุมทราบ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และได้รับคำสั่งให้ทำการสืบสวน จับกุมต่อไป ต่อมาวันที่ 2 ก.ค.2563 เวลาประมาณ 16.00 น. สายลับได้เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งว่าสามารถติดต่อ ล่อซื้อยาบ้าจาก นายมิ้นฯ ได้ โดยนายมิ้นฯ จะจำหน่ายยาบ้าให้ตนเองจำนวน 10 เม็ด ในราคา 500 บาท จึงวางแผนการล่อ ซื้อ จากนั้นจึงมอบเงินจำนวนดังกล่าวให้สายลับไปทำการล่อซื้อยาบ้าจากนายมิ้นฯ จากนั้นให้สายลับขับขี่รถจักรยานยนต์ไป หานายมิ้นฯ บริเวณบ้าน เมื่อเดินทางไปถึงพบนายมิ้นฯ อยู่บริเวณหน้าบ้าน สายลับได้มอบเงินล่อซื้อจำนวน 500 บาท ให้กับ นายมิ้นฯ เมื่อนายมิ้นฯรับเงินไปแล้วจึงได้ยื่นยาบ้าให้สายลับจำนวน 10 เม็ด ให้กับสายลับ จากนั้นสายลับได้นำยาบ้าที่ล่อซื้อ ได้มามอบให้ชุดจับกุม เนื่องจากเป็นกรณีเร่งด่วนหากเนิ่นช้ายาบ้าและสิ่งผิดกฏหมายอาจถูกเคลื่อนย้ายหรือทำลายไปเสียก่อน จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อทำการตรวจค้นจับกุมนายมิ้นฯ เมื่อนายมิ้นฯเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามวิ่ง หลบหนี ชุดจับกุมได้ไล่ติดตามจนทันและสามารถควบคุมตัวนายมิ้นฯไว้ได้ (ทราบชื่อจริงภายหลังคือนายกิตติคุณหรือมิ้น มณีจักร์) จากนั้นได้ทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบเงินล่อซื้อจำนวน 500 บาท สอบถามนายกิตติคุณฯ ก็รับว่าเป็นเงินที่ ได้มาจากการจำหน่ายยาบ้าให้สายลับไปก่อนหน้านี้จริงและพบยาบ้าซี่งบรรจุในถุง 10 เม็ด ที่สายลับล่อซื้อมาแสดงต่อหน้า นายกิตติคุณฯ ซึ่งก็ยอมรับว่าได้จำหน่ายให้กับสายลับไปก่อนหน้านี้จริง จากการสอบสวนขยายผลนายกิตติคุณฯ ยังยอมรับว่า ได้ฝังยาบ้าจำนวนหนึ่ง ไว้บริเวณหลายๆจุดภายในบ้าน จึงได้พาชุดจับกุมไปขุดยาบ้าดังกล่าวขึ้นมาตรวจนับ ปรากฏว่าพบ ยาบ้าทั้งสิ้นประมาณ 139,200 เม็ด จึงได้ตรวจยึดสิ่งของทั้งหมดไว้เป็นของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะคา จว.ลำปาง ดำเนินคดีต่อไป

- Advertisment -

Most Popular

เปิดใจทันตแพทย์หนุ่มเสียภรรยาและลูกในท้องหลังเข้ารักษารพ.เอกชน

เปิดใจทันตแพทย์หนุ่มผู้สูญเสีย กำลังสร้างครอบครัวกับภรรยาที่เป็นเภสัชกร แต่ภรรยาเกิดปวดท้องเดินเข้าโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ปรากฏว่าต้องมีการฉีดสีสารทึบแสงเพื่อเอ็กเรย์ช่องท้อง เกิดแพ้สารที่อยู่ในสีฉีด จนเกิดอาการช๊อค และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ภายหลังยังตรวจพบว่าตั้งครรภ์ลูกน้อยได้ประมาณ 7 สัปดาห์ด้วย เตรียมยืนแพทย์สภาทวงถามความรับผิดชอบจากโรงพยาบาล หลังจากกรณีที่ในโลกออนไลน์แชร์เรื่องราวของทันตแพทย์หนุ่มท่านหนึ่งถึงเรื่องราวที่แสนจะเศร้าในเมื่อคนเข้าไปอ่าน โดย ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ "ธีระวุฑฒ์ หวงสุวรรณากร" โพสต์บอกเล่าเรื่องราวและร้องความเป็นธรรมจากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ กรณีที่เภสัชกรหญิงปวีร์ธิดา หวงสุวรรณากร (กุ๊ฟกิ๊ฟ) ภรรยาเข้ารับการรักษาตัวด้วยอาการปวดท้องน้อย คลื่นไส้ อาเจียน แล้วแพทย์สงสัยว่าอาจจะเป็นนิ่วทางเดินปัสสาวะ...

เจอแล้ว”ตาคำ”วัย84หายเข้าป่าเกือบ5วันสภาพปกติไม่อิดโรย

ชาวบ้านพบตัว"ตาคำ"วใย 84 ปี ที่หลงป่าเกือบ 5 วันแล้ว บอกเหมือนหลงป่าอยู่ในเมืองลับแลหาทางออกไม่ได้ แถมคืนที่ผ่านมาบอกมีหญิงสาวรูปงามมาหาเอาข้าวปลามาให้กิน ก่อนที่จะนอนกลับจนชาวบ้านมาหาเห็ดเจอตัว เมื่อเวลา 06.00 น.เช้าวันที่ 29 ก.ย.2563 ทางกู้ชีพบ่อสลี อบต.บ่อสลี อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ รับแจ้งว่ามีชาวบ้านไปหาเห็ดป่าพบตัวนายคำ หรือ"ตาดำ" โจเรือน อายุ 82 ปีชาวบ้านหมู่ 12...

ตร.รวบหนุ่มโพสต์ขายสัตว์ป่าทางออนไลน์พบของกลางสัตว์ป่าเต็มบ้าน

เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยตำรวจสันกำแพง บุกเข้าตรวจค้น และจับกุมแหล่งลักลอยขายสัตว์ป่า หลังจากที่แกะรอยผ่านโลกออนไลน์ที่มีชายหนุ่มโพสต์ขายสัตว์ป่าโดยไม่เกรงกลัวกฏหมาย ได้ของกลางสัตว์ป่าหลายชริดทั้งนก เต่า แมวดาว ชะมด เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำโดย พ.ต.ท.กันต์พงษ์ สุวรรณคีรี สว.กก.4 บก.ปทส. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ...

ตาวัย84เข้าหาของป่าในดอยหาย5วันเริ่มระดมคนเข้าค้นหายังไม่เจอตัว

คุณตาวัย 84 เข้าป่าหาของป่า บนดอยตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน บริเวณบ้านบ่อพะแวน ตำบลบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ สุดท้ายพลัดหลง ชาวบ้านพร้อมด้วยทหาร และกู้ภัยเร่งค้นหายังไม่เจอตัว ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมกุศลสงเคราะห์เชียงใหม่ จุดอมก๋อย ได้รับการร้องขอจากชาวบ้านว่า ได้มีคนพลัดหลงภายในป่า เหตุเกิดบริเวณบ้านบ่อพะแวน ตำบลบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้จัดกำลัง พร้อมรถวิบากเข้าไปช่วยเหลือในการค้นหา ในเมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่าบริเวณป่าดังกล่าวมีลักษณะเป็นป่าโปร่ง มีชาวบ้านจำนวนมากรวมทั้งอาสาสมัครทหารพรานจากพื้นที่อำเภออมก๋อย...