วันพุธ, กันยายน 30, 2020
หน้าแรก ข่าวด่วน ผบช.ภาค5เผยมือถือจารุชาติรู้ตัวทำลายส่วนสาเหตุการตายยังเป็นอุบัติเหตุ

ผบช.ภาค5เผยมือถือจารุชาติรู้ตัวทำลายส่วนสาเหตุการตายยังเป็นอุบัติเหตุ

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เผยคืบคดี”จารุชาติ” เชิญ สว.ก๊อง มาสอบแล้ว รู้ตัวคนเอาโทรศัพท์คนตายไปทำลาย อ้างลบรูปถ่ายทิ้ง เหตุกลัวกระทบลงสมัครนายกเทศมนตรีตำบลสุเทพ ขณะที่ตรวจสอบการเงินไม่พบผิดปกติ ขณะที่หลักฐานหลายอย่างพุ่งเป้าสาเหตุการตายเป็นเรื่องอุบัติเหตุเป็นหลัก แต่ต้องสอบสวนทำสำนวนรัดกุมเพื่อให้ความจริงกระจ่าง

50
51


วันนี้(6ส.ค.63) พลตำรวจโทประจวบ วงศ์สุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เปิดเผยความคืบหน้าคดีอุบัติเหตุการเสียชีวิตของนายจารุชาติ มาดทอง พยานปากสำคัญในคดี”บอส กระทิงแดง” ว่า คดีนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากประชาชนซึ่งในส่วนของตำรวจภูธรภาค 5 ได้แบ่งการสืบสวนออกเป็น 3 ส่วนได้แก่ สำนวนการชันสูตรพลิกศพหาสาเหตุการเสียชีวิต ,อุบัติเหตุจราจร และสำนวนการสืบสวนเกี่ยวกับตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยส่วนของการชันสูตรพลิกศพนั้นแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ได้ยืนยันสาเหตุการตายเป็นที่แน่ชัดแล้ว เหลือเพียงรอผลการตรวจสารปนเปื้อนในร่างกายของผู้ตาย ขณะที่ในส่วนของ สำนวนอุบัติเหตุจราจรนั้น ได้มีการสอบสวนพยานที่เกี่ยวข้องทุกปากตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุจนกระทั่งเกิดเหตุ รวมทั้งเก็บหลักฐานกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทาง โดยทางตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานได้ทำการเก็บรวบรวมหลักฐานทั้งหมดแล้วเพื่อทำการตรวจพิสูจน์ ร่องรอยการเฉี่ยวชน และคำนวณความเร็ว ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการรอผลEZwzFg.jpg
สำหรับการสอบสวนเกี่ยวกับตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเกิดเหตุในครั้งนี้ เบื้องต้นเป็นที่ชัดเจนว่า นายจารุชาติ และนายสมชาย ตาวิโน คู่กรณีไม่เคยรู้จักหรือมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันในทุกมิติ มาก่อนที่จะเกิดเหตุในครั้งนี้ โดยนอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการเชิญตัว คนรู้จักรอบข้างและเชื่อมโยงเกี่ยวข้องทั้งหมดกับคนตาย มาทำการสอบปากคำทำในส่วนของครอบครัวและที่ทำงาน เพื่อไขข้อสงสัยตั้งแต่เกี่ยวกับเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ซึ่งวานนี้(5ส.ค.63)ได้มีการเชิญตัวนายชูชัย เลิศพงศ์อดิศร หรือ สว.ก๊อง มาสอบถาม ข้อมูลต่างๆ ซึ่งให้การว่ายอมรับว่ารู้จักกับผู้ตายในฐานะนายจ้าง และรู้จักกับคนตระกูล “อยู่วิทยา” โดยข้อมูลต่างๆจากการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทุกคนจะทำการรวบรวมไว้ในสำนวนอย่างละเอียดEZwkBy.jpg
ส่วนโทรศัพท์มือถือของนายจารุชาตินั้น ตรวจสอบทราบตัวผู้ที่รับโทรศัพท์ไปจากญาติว่าคือ คนรู้จักของนายจารุชาติและเป็นหนึ่งในลูกน้องของ สว.ก๊อง เหมือนกัน โดยให้การยอมรับว่าเอาไป เพราะก่อนหน้านี้รู้จักและสนิทกับผู้ตาย รวมทั้งมีรูปถ่ายร่วมกันอยู่ในโทรศัพท์มือถือของผู้ตาย แต่เนื่องจากตัวเองเตรียมจะลงสมัคร เลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลสุเทพ ทำให้เกรงว่าหากรูป ดังกล่าวมีการเผยแพร่ออกไปจะส่ง ผลกระทบต่อการหาเสียงในการลงสมัครรับเลือกตั้ง จึงเอาโทรศัพท์จากญาติไปลบภาพทิ้ง และทำลายพร้อมกับทิ้งขยะไป เนื่องจากกลัวหลังจากที่มีข่าวเกี่ยวกับชายลึกลับเอาของจากญาติไป อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ต้องทำการสืบสวนอย่างละเอียดต่อไป เพราะตั้งข้อสงสัยเช่นกันว่าเหตุใดจึงต้องมีการทำเช่นนั้น ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้โทรศัพท์เครื่องดังกล่าวกลับคืนมา แต่สามารถตรวจสอบข้อมูลการโทรเข้าออกย้อนหลังได้ ส่วนญาติของนายจารุชาติ ได้แจ้งความ ดำเนินคดีข้อหายักยอกทรัพย์แล้วกับผู้ที่เอามือถือไปทำลายEZwwgb.jpg
นอกจากนี้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 บอกว่าได้มีการตรวจสอบบัญชีธนาคารและเส้นทางการเงินของนายจารุชาติ ย้อนหลังแล้ว พบว่ามีเงินอยู่ในบัญชีไม่มาก และไม่พบการเข้าออกของเงินอย่างผิดปกติ โดยพบเงินเข้าหลักพัน และมากสุดหมื่นต้นๆ ขณะที่ในส่วนทรัพย์สินของครอบครัวและญาติ ของนายจารุชาตินั้น จากการตรวจสอบและสังเกตเบื้องต้น ไม่พบว่า มีทรัพย์สินเงินทองผิดปกติจะชาวบ้านทั่วไปแต่อย่างใด

- Advertisment -

Most Popular

เปิดใจทันตแพทย์หนุ่มเสียภรรยาและลูกในท้องหลังเข้ารักษารพ.เอกชน

เปิดใจทันตแพทย์หนุ่มผู้สูญเสีย กำลังสร้างครอบครัวกับภรรยาที่เป็นเภสัชกร แต่ภรรยาเกิดปวดท้องเดินเข้าโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ปรากฏว่าต้องมีการฉีดสีสารทึบแสงเพื่อเอ็กเรย์ช่องท้อง เกิดแพ้สารที่อยู่ในสีฉีด จนเกิดอาการช๊อค และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ภายหลังยังตรวจพบว่าตั้งครรภ์ลูกน้อยได้ประมาณ 7 สัปดาห์ด้วย เตรียมยืนแพทย์สภาทวงถามความรับผิดชอบจากโรงพยาบาล หลังจากกรณีที่ในโลกออนไลน์แชร์เรื่องราวของทันตแพทย์หนุ่มท่านหนึ่งถึงเรื่องราวที่แสนจะเศร้าในเมื่อคนเข้าไปอ่าน โดย ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ "ธีระวุฑฒ์ หวงสุวรรณากร" โพสต์บอกเล่าเรื่องราวและร้องความเป็นธรรมจากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ กรณีที่เภสัชกรหญิงปวีร์ธิดา หวงสุวรรณากร (กุ๊ฟกิ๊ฟ) ภรรยาเข้ารับการรักษาตัวด้วยอาการปวดท้องน้อย คลื่นไส้ อาเจียน แล้วแพทย์สงสัยว่าอาจจะเป็นนิ่วทางเดินปัสสาวะ...

เจอแล้ว”ตาคำ”วัย84หายเข้าป่าเกือบ5วันสภาพปกติไม่อิดโรย

ชาวบ้านพบตัว"ตาคำ"วใย 84 ปี ที่หลงป่าเกือบ 5 วันแล้ว บอกเหมือนหลงป่าอยู่ในเมืองลับแลหาทางออกไม่ได้ แถมคืนที่ผ่านมาบอกมีหญิงสาวรูปงามมาหาเอาข้าวปลามาให้กิน ก่อนที่จะนอนกลับจนชาวบ้านมาหาเห็ดเจอตัว เมื่อเวลา 06.00 น.เช้าวันที่ 29 ก.ย.2563 ทางกู้ชีพบ่อสลี อบต.บ่อสลี อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ รับแจ้งว่ามีชาวบ้านไปหาเห็ดป่าพบตัวนายคำ หรือ"ตาดำ" โจเรือน อายุ 82 ปีชาวบ้านหมู่ 12...

ตร.รวบหนุ่มโพสต์ขายสัตว์ป่าทางออนไลน์พบของกลางสัตว์ป่าเต็มบ้าน

เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยตำรวจสันกำแพง บุกเข้าตรวจค้น และจับกุมแหล่งลักลอยขายสัตว์ป่า หลังจากที่แกะรอยผ่านโลกออนไลน์ที่มีชายหนุ่มโพสต์ขายสัตว์ป่าโดยไม่เกรงกลัวกฏหมาย ได้ของกลางสัตว์ป่าหลายชริดทั้งนก เต่า แมวดาว ชะมด เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำโดย พ.ต.ท.กันต์พงษ์ สุวรรณคีรี สว.กก.4 บก.ปทส. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ...

ตาวัย84เข้าหาของป่าในดอยหาย5วันเริ่มระดมคนเข้าค้นหายังไม่เจอตัว

คุณตาวัย 84 เข้าป่าหาของป่า บนดอยตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน บริเวณบ้านบ่อพะแวน ตำบลบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ สุดท้ายพลัดหลง ชาวบ้านพร้อมด้วยทหาร และกู้ภัยเร่งค้นหายังไม่เจอตัว ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมกุศลสงเคราะห์เชียงใหม่ จุดอมก๋อย ได้รับการร้องขอจากชาวบ้านว่า ได้มีคนพลัดหลงภายในป่า เหตุเกิดบริเวณบ้านบ่อพะแวน ตำบลบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้จัดกำลัง พร้อมรถวิบากเข้าไปช่วยเหลือในการค้นหา ในเมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่าบริเวณป่าดังกล่าวมีลักษณะเป็นป่าโปร่ง มีชาวบ้านจำนวนมากรวมทั้งอาสาสมัครทหารพรานจากพื้นที่อำเภออมก๋อย...