วันพฤหัสบดี, ตุลาคม 1, 2020
หน้าแรก บล็อก

เปิดใจทันตแพทย์หนุ่มเสียภรรยาและลูกในท้องหลังเข้ารักษารพ.เอกชน

O6F6at.jpg
เปิดใจทันตแพทย์หนุ่มผู้สูญเสีย กำลังสร้างครอบครัวกับภรรยาที่เป็นเภสัชกร แต่ภรรยาเกิดปวดท้องเดินเข้าโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ปรากฏว่าต้องมีการฉีดสีสารทึบแสงเพื่อเอ็กเรย์ช่องท้อง เกิดแพ้สารที่อยู่ในสีฉีด จนเกิดอาการช๊อค และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ภายหลังยังตรวจพบว่าตั้งครรภ์ลูกน้อยได้ประมาณ 7 สัปดาห์ด้วย เตรียมยืนแพทย์สภาทวงถามความรับผิดชอบจากโรงพยาบาลIMG 7826
IMG 7827
หลังจากกรณีที่ในโลกออนไลน์แชร์เรื่องราวของทันตแพทย์หนุ่มท่านหนึ่งถึงเรื่องราวที่แสนจะเศร้าในเมื่อคนเข้าไปอ่าน โดย ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ “ธีระวุฑฒ์ หวงสุวรรณากร” โพสต์บอกเล่าเรื่องราวและร้องความเป็นธรรมจากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ กรณีที่เภสัชกรหญิงปวีร์ธิดา หวงสุวรรณากร (กุ๊ฟกิ๊ฟ) ภรรยาเข้ารับการรักษาตัวด้วยอาการปวดท้องน้อย คลื่นไส้ อาเจียน แล้วแพทย์สงสัยว่าอาจจะเป็นนิ่วทางเดินปัสสาวะ จึงทำการฉีดสารทึบรังสีเพื่อทำการเอกซเรย์คอมพิเตอร์ช่องท้องส่วนล่าง แต่ปรากฏว่าเกิดอาการแพ้ จนอาการทรุดหนักและเสียชีวิตในที่สุด ทั้งๆ ที่อยู่ในการดูแลรักษาของแพทย์โรงพยาบาลชั้นนำ นอกจากนี้ยังมาทราบภายหลังที่ภรรยาเสียชีวิตด้วยว่าภรรยากำลังตั้งท้อง จากการที่แพทย์สวนปัสสาวะร่างที่เสียชีวิตแล้ว ทั้งนี้หลังเกิดเหตุได้พยายามขอคำอธิบายจากทางโรงพยาบาลแล้ว แต่กลับไม่ได้รับคำตอบ นอกจากยืนยันว่ารักษาตามมาตรฐานทุกขั้นตอน ซึ่งโพสต์ดังกล่าวนี้มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียต่างพากันแชร์และแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์ พร้อมทั้งให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าผู้ใช้เฟซบุ๊ครายนี้เป็นทันตแพทย์เจ้าของคลินิกทำฟันแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ ส่วนภรรยาที่เสียชีวิตนั้นเป็นเภสัชกร
สำหรับโพสต์ดังกล่าวนั้นผู้ใช้เฟซบุ๊ครายนี้เขียนบรรยายบอกเล่าเรื่องราวว่า “แชร์ 1 ครั้งร้องคืนความเป็นธรรมให้แก่ครอบครัวเรานะคับ สวัสดีคับ ทางเราเป็นญาติผู้เสียชีวิตต้องการติดต่อนักข่าวเพื่อมาทำข่าวเกี่ยวกับการฟ้องร้องโรงพยาบาลเอกชน ทำการรักษาคนไข้ที่มีประกัน โดยกระทำการรักษาเกินความจำเป็นส่งผลให้เสียชีวิต
เหตุการ์ณคือ ภรรยาของผม (กิ๊ฟ) มีอาการปวดท้องน้อยได้ไปตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงเช้าวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2563 อาการคือปวดท้องน้อยมา3-4วัน คลื่นไส้อาเจียน1สัปดาห์ กิ๊ฟและผม ตัดสินใจเลือกคลินิกอายุรกรรมทางเดินอาหาร เพราะในเบื้องต้นไม่แน่ใจว่าอาการปวดท้องเกิดจากอะไร
คุณหมอแจ้งกับ กิ๊ฟ ว่าสงสัยนิ่วทางเดินปัสสาวะ และให้กิ๊ฟ แอดมิทเพื่อทำ การตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องท้องส่วนล่างที่มีการฉีดสารทึบรังสี หรือ CT lower abdomen with contrast media
ที่ห้องเอ็กซเรย์ กิ๊ฟ เกิดอาการแพ้สารทึบรังสี ขั้นรุนแรงที่สุด หรือ Anaphylactic shock จากเหตุการณ์ครั้งนี้ เกิดขึ้นรวดเร็วมาก ภายในไม่กี่ชั่วโมง แม้จะอยู่ในมือแพทย์ และโรงพยาบาลชั้นนำ แต่อาการกลับทรุดหนักจนทำให้กิ๊ฟได้จากไปโดยไม่มีวันกลับมา
เหตุการณ์สุดท้ายที่จำได้ที่รพ. คุณหมอ เดินเข้ามาบอกผมว่า พบถุงการตั้งครรภ์จากผลเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ แพทย์ได้สวนปัสสาวะร่างที่ไร้วิญญาณไปตรวจปัสสาวะยืนยันแล้วพบว่าตั้งครรภ์จริงๆ ผมหัวเราะเบาๆแล้วพูดกับภรรยาว่า อ้าวท้องเหรอ เรากำลังจะมีลูก นี่รอตั้งนานเลยนะ จุดนี้ไม่รู้จริงๆว่าผมควรจะดีใจหรือเสียใจดี 8
9
10O6Fean.jpg
หลังจากนั้นครอบครัวรีบนำร่างกลับบ้านเกิดเพื่อทำพิธีทางศาสนา ตอนนั้นครอบครัวรู้สึกติดใจกับเหตุการ์ณที่เกิดขึ้น จึงขอเอกสารการรักษามาดู แต่ต้องไปขอหลายครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งไม่ครบถ้วน
ต่อมาพี่น้องเราที่เป็นหมอไม่รอช้าขอเข้าพบ ผอ.โรงพยาบาล เพื่อขอคำอธิบายกับเรื่องนี้ ทางโรงพยาบาลปฏิเสธการอธิบายเหตุการณ์ พูดเพียงแต่ตนไม่ผิด สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมาตรฐานทุกขั้นตอน ไม่ยอมแม้แต่จะพูดคำว่าขอโทษซึ่งได้อ้างถึงศักดิ์ศรีของวิชาชีพของแพทย์ ณ จุดนี้ทางครอบครัวของเราเมื่อมีสติดูเอกสารและข้อมูลการรักษาอย่างละเอียด มีสิ่งที่ผิดปกติหลายจุด ซึ่งคนเป็นหมออย่างพี่น้องเรายังสงสัยเป็นอย่างมากว่า โรงพยาบาลแห่งนี้ทำตามขั้นตอนตามมาตราฐานแล้วจริงหรือ…
ด้วยเหตุนี้ทางเราจะทำการยื่นเอกสารกับทางแพทยสภาเพื่อขอความยุติธรรมในการตรวจสอบโดยไม่มีการแทรกแซงใดๆ เพื่อให้มีการตรวจสอบอย่างใสสะอาดที่สุด โดยเร็ววัน(จะแจ้งให้ทราบอีกที) ณ แพทยสภาแห่งประเทศไทย
ทางครอบครัวของเราขอร้องสื่อทุกๆท่านได้โปรดอย่ามองข้ามกับเรื่องนี้ เพื่อขอความเป็นธรรมให้แก่ภรรยาของผม เพื่อเป็นอุทาหรณ์ และช่วยกันป้องกันเพื่อไม่ให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับคนอื่นๆและครอบครัวของท่าน
แม้ว่างานศพของน้องกุ๊ฟกิ๊ฟจะเสร็จสิ้นไปแล้วที่บ้านเกิดจังหวัดพะเยา เมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา แต่ทางครอครัว โดยเฉพาะ ทันตแพทย์ ธีระวุฑฒ์ หวงสุวรรณากร ผู้เป็นสามีที่ต้องสูญเสีบทั้งภรรยา และลูกที่อยู่ในครรภ์ไปพร้อมกัน ยังคงอยู่ในอาการเศร้าโศรกกับความสูญเสียครั้งนี้3
4
5
ล่าสุดทางทันตแพทย์ ธีระวุฑฒ์ หวงสุวรรณากร พร้อมด้วยคุณพ่อและคุณแม่ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์กับทางสื่อมวลชนในเรื่องดังกล่าวที่ เชียงใหม่ สไมล์ เดนทัล คลีนิค ของทันตแพทย์ ธีระวุฑฒ์ หวงสุวรรณากร เองในตัวหเมืองเชียงใหม่ โดยได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นตามลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ภรรยาเริ่มป่วยด้วยอาการปวดท้อง บ่อยๆ คลื่นไส้ อาเจียน จึงได้ตัดสินใจไปทำการตรวจรกษาในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังของเชียงใหม่ ที่เชื่อมันในเรื่องของบุคลากร อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ และชื่อเสียงของโรงพยาบาล ซึ่งตอนแรกเข้าไปตรวจเมื่อวันที่ 8 กันยน 2563 ด้วยอาการปวดท้องในช่วงเช้า ซึ่งในการตรวจครั้งแรกทางแพทย์บอกว่าสงสัยจะเป็นนิ่วที่ไต จึงอยากจะส่งไปทำซีทีสแกน จึงได้เดินทางกลับมาเก็บของทั้ง 2 คนที่คอนโด เพื่อเข้าแอดมิดในการตรวจรักษา และกลับเข้าไปที่โรงพยาบาลอีกครั้งในช่วงเที่ยง ช่วงประทาณบ่ายโมงที่รอตรวจก็ได้แยกจากภรรยาเพื่อกลับไปทำงาน แต่พอเวลาผ่านไปจนถึงเวลาประมาณ 15 นาฬิกา แม่ของภรรยาได้โทรมาแจ้งว่าให้รีบไปโรงพยาบาลว่าภรรยาต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ตนเองจึงรีบติดต่อไปทางโรงยาบาลเพื่ออนุญาต และบอกให้หมอทำทุกทางเพื่อช่วยภรรยา ซึ่งตอนนั้นตนเอง และครองครัวก็ยังงงอยู่ว่าจากอาการเบื้องต้นที่เดินเข้าไปรับการตรวจรักษาทำไมถึงกลายเป็นผู้ป่วยวิกฤติได้ในเวลาไม่กี่ชั้วโมงจนกระทั่งมาถึงโรงพยาบาลจึงทราบว่าในขั้นตอนของการทำซีทีสแกนต้องมีการฉีดสี หรือสารทึบแสงเพื่อตรวจเอ็กเรย์ และภรรยาเกิดอาการแพ้สารบางอย่างที่อยู่ในสีที่ฉีดเข้าไปอย่างรุนแรง แต่จนถึงตอนนั้นเวลาประมาณ 15.30 น.หมอบอกว่าได้ย้ายไปห้องไอซียูอาการทรงตัวแล้ว ตนเองก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาระดับหนึ่ง
แต่หลังจากนั้นไม่นานที่ห้องไอซียูภรรยาของตนเองเกิดอาการวิกฤติขึ้นอีกครั้งและเป็นทีมแพทย์พยาบาบต้องทำการปั้มหัวใจเพื่อยื้อชีวิต จนกระทั้งเวลาประมาณ 19 นาฬิกาภรรยาก็ได้เสียชีวิตลง ท่ามกลางสายตาของครอบครัวที่เฝ้าอยู่หน้าห้อง
หลังจากนั้นได้พบกับหมออเจ้าของไข้ว่า ตอนซีทีสแกนพบว่า มีถุงน้ำที่มีเลือดอยู่ในรังไข่ซึ่งแตกออกมาอาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาการปวดท้อง แต่ที่สำคัญคือยังตรวจพบถุงน้ำตัวอ่อนอายุครรภ์ประมาณ 6-7 สัปดาห์ด้วย และผลจากการนำปัสสะวะไปตรวจในช่วงที่ภรรยายังอยู่ในช่วงวิกฤติของอาการนั้นก็ยืนยันว่าภรรยาตั้งท้องจริง
ในช่วงนั้นเองก็เกิดความสับสนหนักขึ้นว่าจะดีใจหรือเสียใจ เพราะตนเองอยากจะมีลูกมาอยู่แล้ว จึงได้ขอเข้าไปอยู่กับภรรยาในช่วงสุดท้ายของชีวิต
หลังจากนั้น 3 วัน ทางครอบครัวก็อยากได้คำชี้แจงจากทางโรงพยาบาลเชื่อชี้แจงสาเหตุของการเสียชีวิตว่ามีการผิดพลาดตรงขั้นตอนการรักษาอะไรหรือไม่ แต่ที่ได้คำตอบจากทางโรงยาบาลคือสาเหหตุของการเสียชีวิตคือน้ำท่วมปอดจากอาการแพ้ยา รวมทั้งมีการปฏิเสธในการรับผิดชอบ และแจ้งว่าการรักษาเป็นไปตามขั้นตอนทางการแพทย์ แต่จะช่วยเยียวยาโดยให้ส่วนลดในการรับการรักษาของพอแม่ผู้เสียชีวิตให้แทน ซึ่งหลังจากนั้นเองทางโรงพยาบาลก็ขอประชุมอีก 7 วันจะรายงานผลให้อีกครั้ง ซึ่งพอครบ 7 วันก็ยังคงได้คำตอบเดิม ไม่มีการรับผิดชอบใดๆ เพาะทำถูกต้องตามมาตรฐานทางการแพทย์แล้วO6FFQW.jpgO6Fy4g.jpg
ทั้งนี้ทางครอบครัวยืนยันว่าไม่ได้รับคำขอโทษ หรือช่วงการจัดงานศพก็มีพวงหรีดเพียง 2 พวงเท่านั้น ทางครอบครัวจึงได้ปรึกษากันว่าอยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ ไม่อยากให้ไปเกิดกับครอบครัวใครอีกจึงไม่อยากปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหายไปอีก จึงจะขอต่อสู้ให้ภรรยา และครอบครัว ตอนนี้ได้แจ้งความไว้แล้ว และเตรียมดำเนินเรื่องเพื่อที่จะแจ้งไปทางแพทย์สภา เพื่อช่วยดำเนินการตามขบวนการทางกฏหมายต่อไป

เจอแล้ว”ตาคำ”วัย84หายเข้าป่าเกือบ5วันสภาพปกติไม่อิดโรย

OuX3X9.jpg
ชาวบ้านพบตัว”ตาคำ”วใย 84 ปี ที่หลงป่าเกือบ 5 วันแล้ว บอกเหมือนหลงป่าอยู่ในเมืองลับแลหาทางออกไม่ได้ แถมคืนที่ผ่านมาบอกมีหญิงสาวรูปงามมาหาเอาข้าวปลามาให้กิน ก่อนที่จะนอนกลับจนชาวบ้านมาหาเห็ดเจอตัว43
44
เมื่อเวลา 06.00 น.เช้าวันที่ 29 ก.ย.2563 ทางกู้ชีพบ่อสลี อบต.บ่อสลี อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ รับแจ้งว่ามีชาวบ้านไปหาเห็ดป่าพบตัวนายคำ หรือ”ตาดำ” โจเรือน อายุ 82 ปีชาวบ้านหมู่ 12 ต.บ่อหลวง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ซึ่งหลงป่าในพื้นที่บ้านบ่อพะแวน เมื่อวันที่ 25 ก.ย.2563 ที่ผ่านมา โดยเจอตัวที่ไร่ข้าวโพดเมื่อคืนวันที่ 28 ก.ย.2563 ในสภาพที่ยังแข็งแรงอยู่พาตัวมาที่หมู่บ้านแม่หืด ต.บ่อหลวง
โดยชาวบ้านที่พบตัวตาคำในไร่ข้าวโพด ได้ทำข้าวต้มให้กิน แต่ตาคำบอกว่าอิ่มอยู่ ขณะที่หลงป่าได้เข้ามาที่ไร่ข้าวโพด กินข้าวโพดประทังชีวิตส่วนการนอนก็ใช้ใบไม้ใบตองปูนอนเหมือนกับหลงอยู่ในเมืองลับแล ตาคำเล่าว่าเมื่อคืนที่ผ่านมามีหญิงสาวคนหนึ่งรูปร่างสวยงาม มาหาบอกว่ากำลังจะแต่งงาน ได้นำข้าวปลาอาหารมาให้กินจนอิ่ม กระทั่งชาวบ้านมาพบตัวนำข้าวต้มมาให้กินยังรู้สึกอิ่มจึงไม่กิน45
46
จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ชีพบ่อสลี รับตัวตาคำลงมาส่งไปยังบ้านของตาคำ ที่บ้านบ่อพะแวน ตามความประสงค์เนื่องจากตาคำอยากกลับบ้านก่อน ประกอบกับป่วยเป็นอัลไซเมอร์และหูไม่ค่อยได้ยินชัด ซึ่งทาง รพ.ฮอดจะได้มารับตัวเพื่อทำการตรวจร่างกายต่อไป ท่ามกลางความโล่งใจของญาติๆ และชาวบ้านที่ช่วยกันออกตามหา

ตร.รวบหนุ่มโพสต์ขายสัตว์ป่าทางออนไลน์พบของกลางสัตว์ป่าเต็มบ้าน

Ou1qmQ.jpg
เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยตำรวจสันกำแพง บุกเข้าตรวจค้น และจับกุมแหล่งลักลอยขายสัตว์ป่า หลังจากที่แกะรอยผ่านโลกออนไลน์ที่มีชายหนุ่มโพสต์ขายสัตว์ป่าโดยไม่เกรงกลัวกฏหมาย ได้ของกลางสัตว์ป่าหลายชริดทั้งนก เต่า แมวดาว ชะมด37
38
เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำโดย พ.ต.ท.กันต์พงษ์ สุวรรณคีรี สว.กก.4 บก.ปทส. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สันกำแพะง จ.เชียงใหม่ นำหมายศาลเข้าตรวจค้น และจับกุมตัว นายไกรวัลย์ หรือเอ็ม ภักดีพินิจ อายุ 34 ปี บริเวณบ้านพักไม่มีเลขที่ ท้องที่บ้านสันช้างมูบ หมู่ 10 ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ข้อหา กระทำผิด พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2562 มาตรา 17 ประกอบ 92 มาตรา ฐาน “มีสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่”34
36
พร้อมด้วยของกลาง เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง2หลายชนิด ทั้ง แมวดาว ชะมดเช็ด กระรอกบินเล็กแก้มขาว เต่านา เต่าหับ นกขุนแผน ที่ถูกจับขังมาทำการเพาะเลี้ยงในบริเวณบ้านดังกล่าว
สืบเนื่องด้วยได้รับแจ้งจากผู้หวังดี แจ้งว่ามีบุคคลได้ลักลอบเพาะเลี้ยง เพาะพันธุ์สัตว์ป่าชนิดต่างๆ อยู่บริเวณทุ่งนาท้องที่บ้านสันช้างมูบ หมู่ที่ 10 ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง จว.เชียงใหม่ โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายอาญาของบ้านเมือง เมื่อได้รับแจ้ง พ.ต.อ.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าชุดปฏิบัติการที่ 1 ศูนย์ปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ พ.ต.อ.ศานุวงษ์ คงคาอินทร์ ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปทส.ตร.) ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.กันพงษ์ สุวรรณศรี สว.กก.4 บก.ปทส. สารวัตรควบคุมกับกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ราชการพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริง หากพบเป็นความผิดกฎหมายให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่แล้วรายงานผลการปฏิบัติให้ทราบ นั้น 40
39
เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการสืบสวนปราบปรามประจำจังหวัดเชียงใหม่-ฮอด, ลำพูน ได้ทำการสืบสวนหาข้อมูลกลุ่มบุคคลผ่านทางช่องทางสื่อออนไลน์สาธารณะเฟสบุ๊ค ในรายของสวนทรี แอน สัตว์เลี้ยง จนทราบตำแหน่งสถานที่ของผู้ใช้เฟสบุ๊ครายดังกล่าวว่าอยู่บริเวณพิกัด ต.สันกำแพง อ.สันกำแพง จว.เชียงใหม่ ซึ่งมีข้อมูลตรงกันและใกล้เคียงกับพื้นที่บริเวณที่ผู้หวังดีต่อทางราชการแจ้งข่าว/ชี้เบาะแส และเข้าจับกุมดังกล่าว

ตาวัย84เข้าหาของป่าในดอยหาย5วันเริ่มระดมคนเข้าค้นหายังไม่เจอตัว

OuTPdu.jpg
คุณตาวัย 84 เข้าป่าหาของป่า บนดอยตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน บริเวณบ้านบ่อพะแวน ตำบลบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ สุดท้ายพลัดหลง ชาวบ้านพร้อมด้วยทหาร และกู้ภัยเร่งค้นหายังไม่เจอตัว26
27
28
ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมกุศลสงเคราะห์เชียงใหม่ จุดอมก๋อย ได้รับการร้องขอจากชาวบ้านว่า ได้มีคนพลัดหลงภายในป่า เหตุเกิดบริเวณบ้านบ่อพะแวน ตำบลบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้จัดกำลัง พร้อมรถวิบากเข้าไปช่วยเหลือในการค้นหา ในเมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่าบริเวณป่าดังกล่าวมีลักษณะเป็นป่าโปร่ง มีชาวบ้านจำนวนมากรวมทั้งอาสาสมัครทหารพรานจากพื้นที่อำเภออมก๋อย มาร่วมค้นหาด้วย 29
31
32
โดยจากการสอบถามข้อมูลในเบื้องต้นทราบว่าผู้สูญหาย ชื่อนายคำ โจ้เรือน อายุ 84 ปี ซึ่งเป็นคนพื้นที่ มีสุขภาพแข็งแและมักเข้าป่าบริเวณดังกล่าวอยู่เป็นประจำ โดยปกติแล้วมักจะเดินทางเพียงลำพังโดยตลอด ซึ่งเมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา ผู้สูญหายก็ได้เข้าป่าไปหาของป่าเพียงลำพัง จากนั้นได้หายตัวไปไม่สามารถติดต่อได้ และจากการสอบถามชาวบ้านก็ไม่มีใครพบเห็น ทางญาติจึงได้ขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านได้ระดมกำลังช่วยกันตามหาแล้วแต่ยังไม่พบผู้สูญหาย ประกอบกับป่าดังกล่าวมีพื้นที่เป็นวงกว้าง จึงได้ประสานขอกำลังกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาทำการค้นหาดังกล่าว
ทั้งนี้ได้ยุติการค้นหาในช่วงค่ำของวานนี้ ก่อนที่เช้านี้จะมีการวางแผนในการเข้าค้นหาต่ออีกครั้ง

ตำรวจนำตัวพ่อใจยักษ์ฆ่าฝังลูกสาววัย6วันทำแผนสารภาพอยากได้ลูกชายมากกว่า

OD1K1e.jpg
ตำรวจสภ.ช้างเผือกนำตัวนายอนุภาพ ใจปัญญา พ่อใจยักษ์ที่ลงมือก่อเหตุฆ่าลูกสาวของตนเองที่เพิ้งเกิดมาได้เพียง 6 วันด้วยการกรอกน้ำยากล้างห้องน้ำ และนำร่างไปฝังดินในสุสานที่อำเภอดอยสะเก็ด ภรรยาสงสัยลูกหายไปพร้อมสามีเข้าแจ้งตำรวจรวบตัวสารภาพที่ลงมือเพราะตนเองอยากได้ลูกชายมากกว่าลูกสาว 15
17
ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญจากกรณีที่ทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ ได้ควบคุมตัวนายอนุภาพ ใจปัญญา อยู่บ้านเลขที่ 23/1 ถนนธานินทร์ ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ ก่อเหตุฆาตรกรรมลูกสาวแท้ๆของตนเองวัยเพียง 6 วัน หลังจากก่อเหตุเพียงไม่กี่ชั่วโมง โดย นายอนุภาพ พ่อใจยักษ์รายนี้ รับสารภาพว่า ตนเองได้นำร่าง ด.ญ.ณิชา ใจปัญญา อายุ 6 วันลูกสาว นำไปฝังอำพรางคดีที่สุสานจีน หมู่ 9 บ้านใหม่ริมคลอง ต.ลวงเหนือ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ซึ่งหลังจากที่ช่วงเช้าของวานนี้( 23 กย.63 ) ภรรยาของนายอนุภาพ เห็นว่าลูกสาวหายไปพร้อมกับสามีตัวเอง จึงคาดว่าสามีตัวเองน่าจะเอาลูกสาวไป ซึ่งตัวนายอณุภาพ มีความไม่พอใจอยู่แล้วที่ลูกที่เกิดออกมาเป็นลูกสาว นายอนุภาพ ตั้งความหวังไว้ว่าอยากได้ลูกชาย แต่พอลูกเกิดออกมาเป็นผู้หญิงจึงแสดงความไม่พอใจออกมาตลอดทั้ง 6 วันที่ลูกเกิด จึงตั้งข้อสงสัยในตัวสามี และได้เข้าแจ้งให้เจ้าหน้าที่ สภ.ช้างเผือก จนสามารถเข้าควบคุมตัวนำไปสอบสวนได้ในวันเดียวกัน18
19
20
ทางนายอนุภาพให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ฆ่า ด.ญ.ณิชา โดยใช้น้ำยาล้างห้องน้ำกรอกปากจนถึงแก่ชีวิต แล้วนำศพไปฝั่งที่สุสานจีนดังกล่าว และกำลังจะหลบหนี แต่ตำรวจสามารถ จับกุมตัวได้ก่อน แล้วนำมาสอบปากคำจนรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุฆาตรกรรม และนำร่างลูกสาวไปฝังไว้ ทางเจ่าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายอนุภาพ พร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพฯมูลนิธิสว่างสำเร็จเชียงใหม่ ไปค้นหา และได้ขุดศพของ ดญ.ณิชา ขึ้นมาส่งแผนกนิติเวช รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ ก่อนที่จะควบคุมตัวนายอนุภาพ ไว้ที่สภ.ช้างเผือก เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม
และในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายอนุภาพ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพตามจุดต่างๆ ทั้งจุดที่อุ้มลูกสาวมากรอกปากด้วยน้ำยาล้างห้องน้ำภายในรถยนต์ จนลูกสาวเสียชีวิต ก่อนที่จะนำร่างใส่รถไปฟังไว้ ที่สุสานจีนดังกล่าว 21
22
23
นายอนุภาพ ใจปัญญา เผยว่าตนเองมีลูกสาวก่อนหน้านี้แล้ว 2 คนด้วยกันจึงตั้งความหวังว่าอยากจะมีลูกชายให้ได้อีก 1 คน และพยายามจะมีลูกชายให้ได้แต่พอลูกคนนี้เกิดมาเป็นผู้หญิงตนเองจึงรู้สึกไม่พอใจ และก่อเหตุสลดดังกล่าวขึ้น ซึ่งทางผู้สื่อข่าวพยายามถามว่าไม่รู้สึกสงสารลูกเหรอ เจ้าตัวยังตอบว่าสงสารอยู่เหมือนกัน ส่วนการวางแผนในการฆาตรกรรมยอรับว่าเริ่มคิดมาตั้งแต่หลังคลอดและทราบว่าตนเองได้ลูกสาว ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหาหนักฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และอำพรางศพ

เชียงใหม่ ฝนตกหนัก5ชั่วโมงตัวเมืองน้ำท่วมอ่วมหลายพื้นที่เร่งระบายน้ำ

ODYI5l.jpg
ฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่นานกว่า 5 ชั่วโมง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัยหลายจุดในตัวเมืองเชียงใหม่ ในชุมชนลุ่มต่ำ น้ำคูเมืองล้นท่วมถนน ขณะที่น้ำป่าดอยสุเทพทะลักท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ ตำบลสุเทพ ตำบลแม่เหียะ อ.เมือง และตำบลหนองควายอำเภอหางดง 3
5
โดยตั้งแต่กลางดึกเวลาประมาณตี 1 ต่อเนื่องมาจนถึงช่วง 6 โมงเช้าของวันนี้ ในเขตอำเภอเมืองมีฝนตกหนักต่อเนื่องนานกว่า 5 ชั่วโมง ส่งผลให้ในเขตตัวเมืองเชียงใหม่เกิดปริมาณน้ำสะสมมากไม่สามารถระบายลงแหล่งน้ำ และแม่น้ำปิงได้ทัน ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายจุดด้วยกัน
โดยที่คูเมืองเชียงใหม่ ซึ่งรับน้ำไว้จนเต็ม เกิดล้นทะลักลงมาท่วมถนนบริเวณคูเมืองด้านนอกช่วงตรงข้ามกับตลาดประตูเชียงใหม่ ทำให้การจราจรในช่วงดังกล่าวติดขัดเนื่องจากสามารถใช้ช่องทางจราจรได้เพียงช่องทางเดียว ทำให้รถสะสมตัว และต่อเนื่องไปยาวหลายร้อยเมตร6
7
8
ส่วนชุมชนที่ลุ่มต่ำของเขตเทศบาลนครเชียงใหม่เช้านี้ก็จมบาดดาล เนื่องจากปริมาณน้ำท่วมขังรอการระบายลงท่อไม่ทันทำให้บางจุดน้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตร โดยเฉพาะชุมชนนันทาราม ชุมชนศรีปิงเมือง ชุมชนกาดก้อม ต้องปิดถนนเนื่องจากรถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ โดยวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ ซึ่งถนนด้านหน้าถูกน้ำท่วมสูงประมาณครึ่งเมตร จึงต้องจัดรถบรรทุกขนาดใหญ่มารับนักเรียนที่ถนนด้านทางเข้าตลาดประตูก้อมเพื่อขนนักเรียนเข้าไปยังวิทยาลัยด้านใน ชาวบ้าน และผู้ที่พักอาศัยตามหอพัก ที่อยู่ในที่ลุ่มต่ำต้องพากันขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูง โดยเฉพาะรถยนต์รถจักรยานยนต์ต้องรีบย้ายออกมาจอดบริเวณด้านนอกชุมชน ตั้งแต่กลางดึกที่ผ่านมา 9
10และเช้านี้กำลังพลจาก มทบ.33ได้เดินทางเข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนแล้ว ส่วนเทศบาลนครเชียงใหม่ก็เร่งกำจัดขยะที่ลอยมากับน้ำและอุดตันตามท่อระบายน้ำออกรวมทั้งเดินเครื่องสูงน้ำเพื่อระบายน้ำลงสู่คลองแม่ข่า และแม่น้ำปิงเพื่อให้ระดับน้ำท่วมขังลดลงคาดว่าหากฝนไม่ตกลงมาช่วงบ่ายอาจจะระบายน้ำจนเข้าสู่ภาวะปกติได้ 11
12
13
ส่วนหลายพื้นที่ของเขตอำเภอเมือง ที่รองรับน้ำป่าจากดอยสุเทพ ก็พบว่ามีน้ำท่วมขังเช่นกันทั้งเขตเทศบาลตำบลแม่เหียะน้ำท่าเข้าท่วมถนน และบ้านเรือนประชาชน และโรงเรียนหลายแห่ง ส่วนที่ตำบลหนองควายอำเภอหางดง ก็รับน้ำป่าจากดอยสุเทพ และปริมาณฝนที่ตกหนักกทำให้น้ำไหลเข้าท่วมบ้าเรือนประชาชนเป็นบริเวณกว้าง บางจุดท่วมสูงกว่า 1 เมตรแล้วเช่นกัน

หลังฌอนกลับมาเคลื่อนไหวหมายเรียกยังไม่ออกร้านกาแฟกลับมาเปิดเปลี่ยนเจ้าของแล้ว

Oja2H8.jpg
“ฌอน”กลับมาแล้ว!โพสต์แจงพร้อมย้ำเจตนาดีกรณีเงินบริจาคดับไฟป่าดอยสุเทพ หลังเก็บตัวเงียบมานาน ขณะที่ร้านกาแฟกลับมาเปิดแล้ว แต่เปลี่ยนเจ้าของใหม่แล้ว ยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับ”ฌอน”หวังลูกค้าเข้าใจและอุดหนุน ด้าน”ปลัดจอมแฉ”เผยคืบหน้าคดี ตร.กำลังเร่งรวมหลักฐาน ยังไม่ออกหมายเรียก12
13
14
ความคืบหน้ากรณี”ฌอน บูรณะหิรัญ”ไลฟ์โค้ชและเน็ตไอดอลชื่อดัง ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักและตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสเรื่องเงินบริจาคช่วยดับไฟป่าดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ จนกระทั่งมีการเรียกร้องให้ตรวจสอบและแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งที่ผ่านมา “ฌอน” พยายามเก็บตัวเงียบตลอด จนกระทั่งวานนี้(21ก.ย.63) “ฌอน” ได้โพสต์ในเพจ”Sean Buranahiran-ฌอน บูรณะหิรัญ” แสดงความขอบคุณทุกกำลังใจ พร้อมยืนยันเจตนาดีและชี้แจง4ประเด็นที่เป็นข้อสงสัยด้วยตัวเอง ยืนยันเจตนาดีและขออภัยที่ทำให้คนเกิดความไม่สบายใจ โดยบอกด้วยยังคงมุ่งมั่นความดีและงานด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งใช้ชีวิตแบบOfflineต่อไป ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีผู้เข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก
ทั้งนี้4 ประเด็นที่”ฌอน”ชี้แจง ได้แก่ 1.เงินที่ผู้มีจิตศรัทธาสมทบเข้ามาในช่วงเดือนมี.ค. 2563 – เม.ย.2563 ที่ผ่านมาจำนวนเต็มคือ1,346,887.73 บาท (หนึ่งล้านสามแสนสี่หมื่นหกพันแปดร้อยแปดสิบเจ็ดบาทเจ็ดสิบสามสตางค์) โดยไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น*
ขณะนี้เราได้ทำเป็นโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมที่จะช่วยบรรเทาปัญหาหมอกควันไฟป่าอย่างยั่งยืน โดยมีที่ปรึกษาเป็นพระครูธีรสุตพจน์ เจ้าอาวาสวัดผาลาด จังหวัดเชียงใหม่ ,ครูบาอาจารย์,นักขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อมที่มีประสบการณ์ และ มีคณะกรรมการในการร่วมตัดสินใจในทุก ๆ ขั้นตอน หากท่านใดที่ต้องการจะมีส่วนร่วมทั้งการเป็นจิตอาสา ทั้งการเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยน แบ่งปันความรู้ความเชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมหรือ เป็นชุมชนใดที่ต้องการเตรียมการเพื่อป้องกันปัญหาหมอกควันไฟป่าในปีหน้า เช่น การสร้างแนวกันไฟ ฝาย ปลูกป่าเปียก หรือ ต้องการอุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถติดต่อเข้าไปที่เพจ “รักษ์ไม่มีเงื่อนไข”ได้เลยนะครับ https://www.facebook.com/unconditionalproject OjaVoP.jpg
2.ที่ผ่านมาผมได้ให้ความร่วมมือเต็มที่กับเจ้าหน้าที่สอบสวน ไม่เคยมีการหลบหนีใด ๆโดยหลักฐานทั้งหมดได้อยู่ในมือของผู้ที่มีหน้าที่ตรวจสอบอยู่ในกระบวนการที่ถูกต้อง และ กำลังอยู่ในความดูแลของทีมกฎหมาย (หลักฐานเรื่องการซื้อบ้าน ซื้อรถ จากรายได้โดยสุจริต ทุกอย่างได้ดำเนินการก่อนเรื่องรับบริจาค มีการเสียภาษีที่เป็นไปตามกฎหมายและมีเจตนาที่บริสุทธิ์ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเงินที่ได้รับมาจากผู้มีจิตศรัทธา)ซึ่งส่วนนี้ขอให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไปนะครับ
3.ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาแม้ไม่ได้ลงภาพหรือคลิปใด ๆแต่เรายังคงลงมือทำงานจิตอาสาอย่างต่อเนื่อง ขอขอบคุณทุกกลุ่มทุกพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้พวกเราเข้าไปเรียนรู้ด้านการพัฒนาสังคมเพราะทุกๆที่ที่ไป ทุกคนที่ได้เจอ ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆเสมอ
4.ผมขออภัยอีกครั้งหากสิ่งใดที่ผมเคยทำหรือสื่อสารทำให้ท่านเกิดความไม่สบายใจ ผมขออภัยทุกท่านมา ณ ที่นี้ ขอให้ยกโทษให้ผมเพราะด้วยความบริสุทธิ์ใจแล้วผมไม่มีเจตนาจะว่า หรือ ให้ร้ายต่อใคร และยินดีน้อมรับทุกถ้อยคำเพื่อที่จะแก้ไข ปรับปรุงตนเองต่อไปขอขอบคุณทุกท่าน ที่มีส่วนทำให้ผม ครอบครัว และ เพื่อน ๆได้มีโอกาสฝึกฝน พัฒนาตนเองทั้งกายและ จิตใจมากขึ้นครับ( ส่วนเรื่องราวประวัติของผม ผมยินดีเผยที่มาที่ไปทุกอย่างด้วยความจริงพร้อมหลักฐานพร้อมตัวบุคคลที่เชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับผม หลังจากที่เรื่องทางกฎหมายต่าง ๆเรียบร้อยลงตัว ในจังหวะเวลาที่เหมาะสมครับ )16
17
18
19
ขณะเดียวกันรายงานข่าวแจ้งว่า ร้านกาแฟของ “ฌอน” ที่ตั้งอยู่ในโครงการDream Space Gallery ย่านถนนระแกง ตำบลหายยา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ กลับมาเปิดให้บริการแล้ว โดยจากการตรวจสอบพบร้านกาแฟดังกล่าวกลับมาเปิดให้บริการแล้วจริง อย่างไรก็ตามพบว่าร้านได้มีการเปลี่ยนเจ้าของใหม่แล้วและเปลี่ยนชื่อร้านเป็น “Slow Brew Cafe” ซึ่งจากการสอบถามนายฐิติพงศ กิติกร อายุ35ปี เจ้าของร้าน บอกว่า “ฌอน”เลิกทำร้านกาแฟแล้ว ส่วนตัวเองมารับช่วงทำต่อ โดยที่เพิ่งเปิดร้านเมื่อวันที่ 1ก.ย.63 เป็นต้นมา ซึ่งตั้งแต่ร้านเปิดพบว่ามีคนมาถามหา “ฌอน” บ่อยครั้งมาก และต้องคอยชี้แจงอยู่ตลอดว่าร้านกาแฟนี้ “ฌอน”ไม่ได้เป็นเจ้าของแล้ว ขณะที่ยอดขายนั้น ตั้งแต่ที่เปิดร้านมาเกือบเดือนยอมรับว่าค่อนข้างเงียบเหงา บางวันขายได้เพียง2แก้วเท่านั้น และมากสุดไม่ถึง20แก้ว ซึ่งยังดีที่ทางเจ้าของโครงการยังไม่เก็บค่าเช่าและให้จ่ายแค่ค่าน้ำค่าไฟ สำหรับปัจจัยหลักที่ทำให้ไม่ค่อยมีลูกค้านั้น คาดว่ามาจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยว ส่วนเรื่องที่คนจำนวนมากยังเข้าใจว่าเป็นร้านกาแฟของ”ฌอน”อยู่จะมีผลกระทบด้วยหรือไม่นั้น ไม่แน่ใจเหมือนกัน โดยอาจจะมีส่วนอยู่บ้างก็ได้ แต่อยากเชิญชวนให้คนมาอุดหนุนและชิมรสชาติกาแฟของทางร้าน20
21
22
23
24
ด้านนายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอแม่ริม และประธานสมาพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย เปิดเผยความคืบหน้าคดีที่แจ้งความ “ฌอน” เรื่องเงินบริจาคดับไฟป่าที่สถานีตำรวจภูธรแม่ริม เมื่อวันที่ 2ก.ย.63 ว่า ขณะนี้ ทางพนักงานสอบสวนกำลังเร่งรวบรวม พยานหลักฐานโดยเฉพาะการขอ รายการเดินบัญชีธนาคารของ “ฌอน” ที่อยู่ระหว่างการรอเอกสารจากทางธนาคาร โดยยังไม่มีการออกหมายเรียก”ฌอน” แต่อย่างใด เพราะกำลังอยู่ในขั้นตอน 20
21
22
23
24ส่วนกรณีที่ล่าสุด “ฌอน”มีการโพสต์ชี้แจงนั้น เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ โดยในส่วนของคดีความก็ให้ดำเนินไปตามขั้นตอนกระบวนการ อย่างไรก็ตามในประเด็นที่ “ฌอน” นำเงินบริจาคไปทำโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าอย่างยั่งยืน ตามคำชี้แนะของผู้หลักผู้ใหญ่นั้น เห็นว่า “ฌอน” ไม่ควรทำเช่นนั้น เพราะเงินดังกล่าวยังเป็นปัญหาที่กำลังตรวจสอบกันอยู่และมีคดีความด้วย จึงควรต้องเก็บเอาไว้จนกว่าทุกอย่างจะสิ้นสุด หากจะทำโครงการก็ควรต้องใช้เงินส่วนตัวของ “ฌอน”เอง

สาวสันป่าตองเผยนาทีถูกคนร้ายล๊อคคอในรถหลังวิ่งออกกำลังกายหนองสะเรียม

OQJq0S.jpg
สาวสันป่าตองเปิดใจเผยนาทีชีวิตถูกคนร้ายเป็นชายจู่โจมล็อคคอถึงในรถเก๋ง หลังวิ่งออกกำลังกายช่วงเย็นที่ “หนองสะเรียม” แหล่งพักผ่อนหย่อนใจขึ้นชื่อของคนทั้งอำเภอ โชคดีแค่บาดเจ็บรอดมาได้หวุดหวิด ยกเป็นอุทาหรณ์ผู้หญิงไปไหนมาไหนลำพังต้องระวังตัว 2
3
รายงานจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า ผู้ใช้โซเชียลมีเดีย ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะ ที่อำเภอสันป่าตองต่างพากันแชร์เรื่องราวเตือนภัยจากประสบการณ์ของหญิงสาวคนหนึ่งที่ไปวิ่งออกกำลังกายช่วงเย็นรอบหนองสะเรียม ซึ่งเป็นหนองน้ำและสวนสาธารณะ แหล่งพักผ่อนหย่อนใจ ในตำบลยุหว่า อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ แล้วปรากฏว่าถูกคนร้ายเป็นชายลักษณะคล้ายคนเมายาบุกจู่โจมเข้าถึงตัว และถูกใข้แขนรัดคอ ระหว่างที่เข้าไปนั่งในรถเก๋งกำลังสตาร์ทเครื่องเพื่อกลับบ้านหลังวิ่งออกกำลังกาย โดยคนร้ายที่พูดจาที่พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่องได้ขอน้ำกินและเยื้อยุดกันอยู่พักหนึ่ง พร้อมกับที่หญิงสาวพยายามร้องขอความช่วยเหลือจนกระทั่งคนร้ายผละออกไป เหตุเกิดช่วงเย็นวันที่15ก.ย.63ที่ผ่านมา โดยหญิงสาวผู้เสียหายที่เสียขวัญและบาดเจ็บเป็นรอยช้ำรอบคอ ได้เข้าแจ้งความแล้วที่สถานีตำรวจภูธรสันป่าตอง5
6
จากการตรวจสอบทราบว่าหญิงสาวผู้เสียหายรายนี้คือ “น้องวิว” (นามสมมติ) อายุ30ปี พนักงานองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งหนึ่งในอำเภอสันป่าตอง ซึ่งเปิดเผยว่า ขณะนี้ อาการบาดเจ็บที่เป็นรอยช้ำรอบคอจากการถูกคนร้ายรัดเริ่มหายแล้ว แต่ยังรู้สึกขวัญผวาอยู่บ้าง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ช่วงเย็นวันที่ 15ก.ย.63 เวลาประมาณ18.30น.หลังจากที่ตัวเองวิ่งออกกำลังกายรอบหนองสะเรียมแล้วกลับมานั่งพักที่ม้าหินริมหนองใกล้กับรถยนต์เก๋งของตัวเองที่จอดไว้ เพื่อให้หายเหนื่อยและรับลมเย็นสบาย จากนั้นได้กลับไปขึ้นรถเพื่อจะกลับบ้าน แต่ระหว่างที่กำลังจะสตาร์ทเครื่อง ปรากฏว่าคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ20-30ปี ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน รูปร่างค่อนข้างท้วม สูงประมาณ160เซนติเมตร ผิวดำแดง ได้บุกจู่โจมเข้ามาจากประตูด้านหลังข้างคนขับแล้วใช้แขนรัดคอตัวเองพร้อมกับพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่องจับใจความได้เพียงว่าเรียกหาน้ำดื่ม ซึ่งตัวเองได้บอกว่าอยู่ด้านหลัง พร้อมถามคนร้ายว่า ต้องการทรัพย์สินอะไรหรือไม่แต่คนร้ายไม่ตอบ และยังคงรัดคอตัวเองไว้ แม้ตัวเองจะพยายามดิ้นรนหนีแต่สู้แรงไม่ไหว จึงร้องขอความช่วยเหลือจากคนที่วิ่งออกกำลังกายอยู่แถวนั้น ทำให้ในที่สุดคนร้ายผละหนีไป ส่วนตัวเองรีบสตาร์ทรถขับออกจากจุดเกิดเหตุกลับบ้านทันทีเพื่อตั้งสติและบอกพ่อแม่ 7
8
9
เบื้องต้นพบบาดเจ็บเป็นรอยช้ำรอบคอและรีบเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรสันป่าตอง ซึ่งทราบว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนติดตามหาตัวคนร้าย โดยตัวเองอยากให้เร่งติดตามจับกุมตัวได้โดยเร็วเช่นกัน เพื่อให้ทั้งตัวเองและคนที่ไปพักผ่อนหย่อนใจหรือออกกำลังกายที่บริเวณหนองสะเรียม คลายความหวาดระแวงและรู้สึกปลอดภัย เพราะหลังเกิดเรื่องของตัวเองผู้คนต่างพากันหวาดกลัวกันหมด ซึ่ง เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ตัวเองไม่คิดว่าจะเกิดกับตัวเองเช่นกัน เพราะเคยไปวิ่งออกกำลังกายเป็นประจำ เพียงแต่ครั้งนี้ไปคนเดียวเพราะเพื่อนไม่ว่าง ทั้งนี้อยากให้เรื่องของตัวเองเป็นกรณีตัวอย่างและอุทาหรณ์ให้กับผู้คน โดยเฉพาะผู้หญิง ที่ชอบออกกำลังกายหรือไปไหนมาไหนคนเดียวว่าต้องระวังตัว และหากเป็นไปได้ควรมีเพื่อนไปด้วยทุกครั้งเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเจอเหตุการณ์เหมือนตัวเอง

พ่อ “แทค ภรัณยู” เปิดใจโต้ดราม่าลูกไม่เลี้ยงแม่แจงยิบกอดคอ2พ่อลูกสู้ชีวิต

ORVnZR.jpg
พ่อ “แทค ภรัณยู” เปิดใจกรณีโพสต์ป้องลูกชายปมโดนโจมตีไม่ดูแลแม่ แจงยิบกอดคอสู้ชีวิตเพียงลำพังสองคนเกือบ30ปี แม่แทบไม่เคยเหลียวแล ข้องใจทำไมอยู่ๆ โผล่มาป่วนเหมือนทำร้ายลูก วอนอย่ามากวนใจขัดขวางทางที่ดีชีวิตลูกและครอบครัวเลยORXSUg.jpg
จากกรณีประเด็นดรามาที่เกิดขึ้นกับนักแสดงหนุ่ม “แทค ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม” ที่ถูกตำหนิว่าไม่ดูแลแม่เป็นระยะ จนล่าสุดผู้เป็นพ่อ “สมชาย โรจนวุฒิธรรม” ต้องเป็นคนออกโรงมาตอบโต้ประเด็นเกี่ยวกับแม่ของ “แทค”ด้วยตัวเองด้วยการโพสต์ ชี้แจงและบอกเล่าเรื่องราวในอดีต โดยเฉพาะความจริงที่ว่าสองพ่อลูกต้องดิ้นรนต่อสู้ชีวิตด้วยกันเพียงลำพังเกือบ30ปี ขณะที่ผู้เป็นแม่ไม่ได้มาเหลียวแลเลยนั้น 52
53วันนี้(16 ก.ย.63) ที่บ้านพักส่วนตัวที่อยู่ในพื้นที่เดียวกับโรงแรมอันหยิ่น ล้านนา วิลล่า รีสอร์ท เชียงใหม่ ในตัวเมืองเชียงใหม่ พ่อสมชาย โรจนวุฒิธรรม พ่อของ “แทค ภรัณยู” เปิดเผยกรณีโพสต์ชี้แจงประเด็นที่ลูกชายถูกกล่าวหาว่าไม่ดูแลผู้เป็นแม่ว่า ประเด็นนี้เกิดขึ้นหลายครั้งแล้วตั้งแต่ที่ “แทค” เข้าวงการและมีชื่อเสียง ซึ่งไม่เข้าใจทัศนคติและไม่ทราบว่าเหตุใดแม่ต้องพยายามสร้างประเด็นลักษณะนี้ขึ้นมาตลอด ทำให้ลูกดูเหมือนเป็นคนอกตัญญู ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย ทำให้ตัวเองรู้สึกทนไม่ไหวและต้องออกมาชี้แจงตอบโต้ พร้อมทั้งขอให้คนที่ข้องใจสงสัย สามารถมาสอบถามข้อเท็จจริงทุกประเด็นได้ที่ตัวเอง โดยไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับ “แทค” เพราะทุกเรื่องตัวเองรู้ดีที่สุดและจดจำมันได้อย่างละเอียด55
56
ทั้งนี้ “พ่อสมชาย” เล่าว่า ตั้งแต่ที่แยกทางกับแม่ของ “แทค” ตลอดเวลาเกือบ30ปีที่ผ่านมา ตัวเองและลูกต้องใช้ชีวิตดิ้นรนต่อสู้และอยู่อย่างยากลำบาก เพราะธุรกิจประสบปัญหาขาดทุนจนเป็นหนี้สิ้นรุงรัง ขณะที่แม่นั้น ไปมีชีวิตใหม่สุขสบายและมีเงินทองมากมาย แต่แทบไม่เคยเหลียวแลสนใจลูกเลย ทั้งๆ ที่อยู่เชียงใหม่เหมือนกัน ส่วนตัวเองนั้นต้องทำงานอย่างหนักเพื่อหาเงินเลี้ยงดูลูกชายและใช้หนี้สิน หลายครั้งต้องทำงานจนไม่สามารถไปรับลูกที่โรงเรียนได้ตรงเวลา บางครั้งกว่าจะเลิกงานไปรับลูกก็ค่ำมืด จนลูกชายต้องหลับรอ แถมฝนตก ต้องขี่รถจักรยานยนต์ฝ่าสายฝนกับบ้านด้วยกัน โดยเอาผ้าผูกลูกชายที่ซ้อนท้ายไว้กับเอว ป้องกันไม่ให้ตกรถ ขณะที่การกินอยู่ก็เป็นไปอย่างลำบากเพราะไม่ค่อยมีเงิน บางครั้งต้องสั่งข้าวไข่เจียวกล่องเดียวแล้วขอข้าวเยอะๆ เพื่อแบ่งกันกินสองคนพ่อลูก เป็นต้น ซึ่งชีวิตช่วงนั้น ต้องยอมรับว่ายากลำบากยิ่งกว่าในละครเสียอีก แต่แม่ไม่เคยรับรู้และไม่ได้มาร่วมทุกข์ร่วมสุขกับลูกเลย จนกระทั่งลูกโตขึ้นมาและมีชื่อเสียง กลับจะมาเรียกร้องต่างๆ ซึ่งอยากให้พิจารณาด้วยสามัญสำนึกว่าถูกต้องหมาะสมหรือไม่
57
58นอกจากนี้ “พ่อสมชาย” บอกว่า สำหรับสิ่งที่แม่ทำลงไปนั้น อยากบอกและขอร้องว่า อย่าทำอีกเลย เพราะที่ผ่านมา “แทค” ต้องผ่านประสบความยากลำบากและเจ็บปวดในชีวิตมามากมายแล้ว นับตั้งแต่ที่พ่อแม่ต้องแยกทางกันไป อยากขอให้ “แทค” ได้มีชีวิตอยู่สุขสบายบ้าง มีสมาธิกับงานที่ทำ และมีโอกาสได้ไปสร้างชีวิต สร้างครอบครัว และสร้างอนาคตของตัวเอง โดยหากแม่มีอะไรหรือต้องการอะไร ควรพูดคุยกันส่วนตัว ไม่ใช่อยากได้หรืออยากเรียกร้องอะไรก็โพสต์สร้างกระแสหรือผ่านสื่อ เพราะเป็นการทำลายและเป็นการรังแกลูกมากกว่า ซึ่งอยากจะบอกด้วยว่า อย่ามองเห็นแต่ตัวเองเท่านั้น แต่อยากให้เห็นอกเห็นใจและเข้าใจความรู้สึกของ “แทค” ที่เป็นลูกชายบ้าง ว่าเขาเจ็บปวดหัวใจมาตลอดตั้งแต่เด็กแล้ว มาถึงวันนี้ขอพื้นที่ให้เขาได้อยู่อย่างสุขใจได้บ้างหรือไม่

จบสวยเจมส์บอนด์กับตร.ด่านขอโทษให้อภัยกันไม่ดำเนินคดี

OR2gsP.jpg
“เจมส์บอนด์” พร้อมแม่ เข้าพบ ผกก.สภ.ภูพิงค์ พูดคุยเจรจากรณีอ้างว่าถูกตำรวจทำร้ายร่างกายคาด่านตรวจแอลกอฮอล์ ระหว่างเข้าไปช่วยเพื่อน โดยหลังปิดห้องคุยนาน2ชั่วโมง ทุกอย่างจบลงด้วยดี สรุปเป็นความเข้าใจผิดกันและทั้งสองฝ่ายต่างขอโทษกันและกัน 39
40
41
ความคืบหน้ากรณีที่นางปุนยวัจนา วรรคาวิสันต์ ภรรยาอดีตผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่38 เรียกร้องขอความเป็นธรรมโดยอ้างนายอิศราชนุวัฒภ์ วรรคาวิสันต์ หรือ “เจมส์บอนด์” อายุ 27 ปี ลูกชาย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายร่างกาย เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น.วันที่ 14 ก.ย.63 ระหว่างที่ “เจมส์บอนด์” นั่งรถยนต์กับเพื่อนกลับจากเจราจาธุรกิจและเลี้ยงสังสรรค์กับนักธุรกิจชาวจีน ซึ่งเพื่อนที่เป็นคนขับรถได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ที่ตั้งด่านบนถนนใกล้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เรียกตรวจแอลกอฮอล์ ทั้งนี้”เจมส์บอนด์”ได้พยายามเข้าไปช่วยพูดเจรจาไกล่เกลี่ยให้ แต่กลายเป็นว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายร่างกาย44
45
46
รายงานจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า ช่วงบ่ายวันนี้(16 ก.ย.63)ที่สถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายอิศราชนุวัฒภ์ วรรคาวิสันต์ หรือ “เจมส์บอนด์” พร้อมด้วย พล.ต.วิทยา วรรคาวิสันต์ อดีตผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 และนางปุนยวัจนา วรรคาวิสันต์ ภรรยาได้เดินทางมาพบกับทางมาพบกับพันตำรวจเอกรณชัยรอดลอย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ ซึ่งเบื้องต้นแจ้งว่าทางตำรวจได้เชิญมาพบเพื่อปรับความเข้าใจในเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยก่อนการเข้าพบพูดคุยกันนั้น นางปุนยวัจนา วรรคาวิสันต์ แม่ “เจมส์บอนด์” เปิดเผยว่า ลูกชาย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ควบคุมตัวมาที่โรงพัก พร้อมกับจับใส่กุญแจมือ หลังจากที่ “เจมส์บอนด์” นั่งรถยนต์กับเพื่อนกลับจากประชุม และกินเลี้ยงกับเพื่อนซึ่งมีการดื่มกินกันมาในระดับหนึ่ง โดยเพื่อนที่เป็นคนขับรถได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ที่ตั้งด่านบนถนนใกล้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เรียกตรวจแอลกอฮอล์ OR2O8N.jpg
ทั้งนี้”เจมส์บอนด์”ได้พยายามเข้าไปช่วยพูดเจรจาไกล่เกลี่ยให้ แต่เกิดมีปากเสียงกับทางเจ้าน้าที่ ก่อนที่จะมีการกระทบกระทั่งกันกับทางเจ้าหน้าที่จนถึงขั้นมีการทำรายร่างกาย และจับกดลงกับพื้นใส่กุญแจมือ ควบคุมตัวไปโรงพักหลังจากนั้นช่วงเช้าจึงได้มีการปล่อยตัวให้ไปโรงพยาบาลเพื่อรักษา และตรวจร่างกาย ซึ่งผ่านมา 2 วันไม่ได้มีการแจ้งข้อหาลูกชาย แต่ยอมรับว่ามีความพยายามติดต่อมาหาตนเองทางโทรศัพท์ ลูกชายก็ยังพักรักษาตัวอยู่ จึงไม่ได้ติดต่อกับทางตำรวจ จนในวันนี้ได้รับการติดต่ออีกครั้งจึงได้เดินทางมาพบ ประกอบกับมีข่าวที่ออกไปเผยแพร่ เป็นที่สนใจของประชาชน และลูกชายก็มีอาการดีขึ้นจึงได้เดินทางมาพบกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งในเบื้องต้นยังไม่ทราบว่าจะมีการเจรจาพูดคุยกันแบบใด
โดยตนเองขอยืนยันว่าลูกชายแม้จะดื่มมาแต่ไม่ถึงกับเมาขาดสติ และไม่ได้ไปเที่ยวสถานบันเทิงกลับมาอย่างที่มีข่าวไปก่อนหน้านี้ เพียงแต่ไปประชุมธุรกิจกับเพื่อน และมีการกินเลี้ยงกัน และยืนยันไม่ได้เข้าไปปัดเครื่องเป่าแอลกอฮอล์หรือขัดขวางช่วงที่เพื่อนตนเองจะเป่าเครื่องวัดระดับแอลกอฮอล์ แต่อย่างใด ซึ่งลูกชายบอกว่าอยู่ห่างจากจุดที่เพื่อนตนเองถึง 6 เมตร แต่พอเหตุการณ์เกิดขึ้นมองว่าทางเจ้าหน้ที่ใช้กำลังกับลูกชายตนจนได้รับบาดเจ็บ และการใส่กุญแจมือเหมือนกับลูกชายเป็นผู้ร้ายคดีรุนแรงขึ้นเป็นการทำเกินกว่าเหตุไปหรือไม่ จนถึงตอนนี้แล้วทางตำรวจจะยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาลูกชายตนเอง และทางฝั่งลูกชายก็ยังไม่แจ้งความเรื่องทำร้ายร่างกาย วันนี้เป็นครั้งแรกที่มาพูดคุยกันก็จะขอดูท่าทีก่อนว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร43
47
48
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. หลังการพูดคุยกันนานประมาณ 2 ชั่วโมง นางปุนยวัจนา พร้อมด้วย”เจมส์บอนด์” และพันตำรวจเอกรณชัย รอดลอย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ ได้ออกมาเปิดเผยว่าจากการพูดคุยกันทั้งสองฝ่ายได้ชี้แจงและปรับความเข้าใจกันจนได้ผลสรุปด้วยดีว่าเหตุที่เกิดขึ้นต่างฝ่ายต่างเข้าใจผิดและอาจจะมีการใช้อารมณ์เกินเลยไปบ้าง อย่างไรก็ตามได้พูดคุยทำความเข้าใจกันแล้วและต่างขออภัยซึ่งกันและกันแล้ว โดยที่ไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีกันแต่อย่างใด