โซเชียลแฉ ม.ดังเชียงใหม่รับน้องโหดจับทรมานทุบหลังน่วม โดยแม่ของหนึ่งในรุ่นน้องที่ตกเป็นเหยื่อ เผยน้ำตาคลอ ลูกชาย นศ.ปี1 สาขาประมงสุดทนถูกเล่นงานจนต้องลาออกทั้งที่ยังไม่จบเทอมแรก แจ้งความ ตร.แล้วไร้คืบหน้า ขณะที่ ม.แม่โจ้ ร่อนแถลงการณ์แจงยิบ
รายงานข่าวแจ้งว่าเมื่อวันที่1พ.ย.62 เพจเฟซบุ๊คชื่อ “รับน้องสร้างสรรค์ระดับโคตรมหากาฬ”โพสต์ภาพบันทึกหน้าจอที่เป็นข้อความการสนทนากันระหว่างผู้ปกครองมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ และภาพหลานชายที่แผ่นหลังเต็มไปด้วยบาดแผลรอยฟกช้ำดำเขียว ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผลจากการที่ถูกรุ่นพี่มหาวิทยาลัยรับน้องทั้งที่หมดช่วงกิจกรรมรับน้องไปแล้ว โดยตั้งชื่ออัลบั้มภาพที่โพสต์ว่า “รับน้องแม่โจ้ว ชัยโยพวกเรา” และมีการบรรยายข้อความด้วยว่า “ประชาสัมพันธ์กิจกรรมรับน้องของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่” ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีการเผยแพร่แชร์ต่อเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็วและมีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก ส่วนใหญ่ประณามการกระทำของรุ่นพี่ที่รับน้องว่าป่าเถื่อนและเรียกร้องให้ทางมหาวิทยาลัยแสดงความรับผิดชอบ รวมทั้งดำเนินการติดตามหาตัวคนผิดมาลงโทษ
ทั้งนี้ภายหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไปปรากฏว่ามีผู้ปกครองรายหนึ่งที่จังหวัดเชียงใหม่ แสดงตัวว่าลูกชายตกเป็นหนึ่งในเหยื่อที่ถูกรุ่นพี่รับน้องโหดที่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งเดียวกันนี้เช่นกัน โดย นางนก (นามสมมติ) อายุ 43 ปี เปิดเผยว่า ลูกชายอายุ 18 ปี เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งนี้ในจังหวัดเชียงใหม่ที่มีชื่อเสียงทางด้านการเกษตร โดยสอบเข้าเรียนสาขาประมง และเพิ่งเข้าเรียนเทอมแรกของปีการศึกษา 2562 ในช่วงที่เปิดเทอมได้ผ่านการรับน้องของมหาวิทยาลัยไปแล้ว อย่างไรก็ตามต่อมายังคงมีการรับน้องโดยรุ่นพี่สาขาประมงอีก ซึ่งที่จริงแล้วลูกชายโดนรุ่นพี่รับน้องด้วยความรุนแรงมาช่วงหนึ่งก่อนหน้านี้แล้ว แต่ยังไม่ยอมบอกพ่อแม่ จนกระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ต.ค.62 ช่วงค่ำ รุ่นพี่ได้จัดกิจกรรมรับน้องประจำสาขาอีก และลูกชายที่ถูกสั่งให้นอนคว่ำหน้าถูกทำร้ายด้วยการชกหรือใช้มือทุบที่หลังอย่างแรงหลายครั้ง จนทนไม่ไหว จึงตัดสินใจไม่ร่วมรับน้องต่อไป
จากนั้นได้กลับไปที่หอพักแล้วให้เพื่อนร่วมห้องถ่ายภาพร่องรอยการถูกทำร้ายส่งมาให้พ่อแม่ดู แต่เนื่องจากเวลานั้นเป็นช่วงดึกแล้ว พ่อแม่จึงเดินทางไปรับตัวลูกชายในวันรุ่งขึ้น(5 ต.ค.62) แล้วพาตัวไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งตัวไปให้แพทย์ทำการตรวจร่างกายและพบว่ามีร่องรอยการถูกทำร้ายจริง จึงลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ขณะเดียวกันได้แจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทางมหาวิทยาลัยทราบ และผู้บริหารมหาวิทยาลัย พร้อมด้วยตัวแทน ได้มาพูดคุยเจรจาและรับปากว่าจะเร่งดำเนินการสอบสวนติดตามหาตัวผู้ที่ก่อเหตุมาลงโทษ ซึ่งทางพ่อแม่มีความเชื่อมั่นว่าทางมหาวิทยาลัยจะดำเนินการอย่างจริงจัง แต่ปรากฏว่าเมื่อเวลาผ่านไปกลับไม่มีความคืบหน้าใดๆ ขณะที่ลูกชายหวาดกลัวและสภาพจิตใจย่ำแย่มาก จนตัดสินใจยื่นใบลาออกจากการเป็นนักศึกษาแล้ว แต่ทางมหาวิทยาลัยยังไม่อนุมัติ
โดยล่าสุดพบว่าโซเชียลมีเดียมีการเผยแพร่เรื่องราวเกี่ยวกับการรับน้องโหดที่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีผู้ตกเป็นเหยื่ออีกหลายราย ซึ่งเห็นว่าเป็นมหาวิทยาลัยเดียวกันกับลูกชาย จึงอยากนำเรื่องราวประสบการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นกับลูกชายของตัวเองมาเปิดเผยด้วย เพื่อเป็นกรณีตัวอย่างและกระบอกเสียงให้กับเหยื่อรายอื่นๆ ว่าเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ควรที่จะเกิดขึ้นในมหาวิทยาลัย และการรับน้องใหม่ของมหาวิทยาลัยควรจะเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ไร้ความรุนแรงได้แล้ว ทั้งนี้ตัวเองในฐานะหัวอกคนเป็นแม่รู้สึกเจ็บปวดอย่างมากที่ลูกชายต้องมาเจอเหตุการณ์เช่นนี้ เพราะลูกชายมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเข้าเรียนที่สาขาประมงของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ให้ได้และสอบติดโควตา แต่สุดท้ายกลับต้องไม่สามารถเรียนต่อได้และต้องยอมลาออก โดยสาเหตุที่ไม่ใช่ปัญหาจากการเรียน แต่เป็นเพราะการใช้ความรุนแรงในการรับน้อง ซึ่งหวังว่าทางมหาวิทยาลัยจะพิจารณาทบทวนเกี่ยวกับการรับน้องและมาตรการป้องกันไม่ให้มีการใช้ความรุนแรง รวมทั้งหวังว่าจะไม่มีใครที่ต้องมาเจอกับเหตุการณ์เช่นเดียวกับลูกชายตัวเองอีก
ด้านมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงผ่านทางเพจเฟซบุ๊ค “Maejo University มหาวิทยาลัยแม่โจ้” ชี้แจงกรณีข่าวในสื่อออนไลน์เกี่ยวกับการทำร้ายนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้ ระบุว่า “ตามที่ สื่อต่างๆ ได้มีการเผยแพร่ภาพบทสนทนาซึ่งมีการกล่าวถึง นักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้ ถูกทำร้ายร่างกายจากกิจกรรมรับน้อง เบื้องต้นมหาวิทยาลัยได้ตรวจสอบหาข้อเท็จจริง พบว่ามีนักศึกษากลุ่มหนึ่งไปทำกิจกรรมภายนอกมหาวิทยาลัยโดยไม่ได้รับอนุญาต อยู่นอกเหนือจากกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยกำหนด ซึ่งเป็นการกระทำเกิดกว่าเหตุ และเป็นความผิดที่มหาวิทยาลัยห้ามโดยเด็ดขาดมีโทษทางวินัยนักศึกษา
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยขอชี้แจงว่า ไม่มีนโยบายให้จัดกิจกรรมรับน้องนอกเหนือจากที่มหาวิทยาลัยกำกับดูแล และการจัดกิจกรรมต่างๆ มหาวิทยาลัยกำหนดให้ต้องมีเจ้าหน้าที่ หรืออาจารย์ ควบคุมดูแลในทุกกิจกรรม หากมีการกระทำนอกเหนือจากที่มหาวิทยาลัยกำหนด ถือว่ามีโทษทางวินัยนักศึกษา ผู้กระทำผิดจะถูกตัดคะแนนความประพฤติ พักการศึกษา หรือไล่ออก ซึ่งได้ออกประกาศในมาตรการการควบคุมดูแลการพัฒนานักศึกษา และบทลงโทษที่ชัดเจน มหาวิทยาลัยขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างสูงกับนักศึกษาและครอบครัวผู้เสียหาย อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยจะเร่งดำเนินการจัดการผู้กระทำความผิดตามมาตรการควบคุมดูแลการพัฒนานักศึกษา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหายโดยเร็วที่สุด”

https://youtu.be/U3qurjneql0