หน้าแรกบทความ-เรื่องเล่าแม่นาเติงใน ชุมชนสามัคคี อยู่ดีมีสุข ป่าไม้อุดมสมบูรณ์

แม่นาเติงใน ชุมชนสามัคคี อยู่ดีมีสุข ป่าไม้อุดมสมบูรณ์

“ต้องการให้ชุมชนอยู่ดีมีสุข มีความอุดมสมบูรณ์ เกิดอาชีพ และพึ่งพากันในครอบครัว ลดความแตกแยก เกิดความสามัคคี”

นี่คือคำกล่าวของคุณสมัย ติ๊ปาละ ผู้ใหญ่บ้านของบ้านแม่นาเติงใน ต.สบป่องอ.ปางมะผ้าจ.แม่ฮ่องสอนและในฐานะรองประธานคณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อมระดับตำบล ผู้ใหญ่สมัย เป็นหนึ่งในผู้ที่มีส่วนช่วยพลักดันให้เกิดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมภายในชุมชนบ้านแม่นาเติงใน ตำบลแม่นาเติง อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่เป็นหมู่บ้านที่อยู่ใกล้พื้นที่ป่า และไม่ไกลจากตัวเมืองอำเภอปาย ชาวบ้านส่วนใหญ่ล้วนประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับด้านเกษตรกรรม

ผู้ใหญ่สมัย ติ๊ปาละ เล่าว่า ปัญหาขยะในชุมชน คือปัญหาหลักที่ต้องเผชิญมาโดยต่อเนื่อง ชาวบ้านไม่ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการ บางส่วนไม่ให้ความร่วมมือในการจัดเก็บขยะ และการทิ้งขยะลงหลุมหรือจุดที่กำหนดให้สามารถทิ้งขยะได้ ในขั้นตอนของการทิ้งขยะนั้น คือการนำขยะบรรจุใส่ถุงหรือกระสอบให้เรียบร้อย แล้วนำมาทิ้งยังจุดทิ้งขยะ โดยต้องทิ้งลงในหลุมที่กำหนดไว้ แต่ด้วยบางคนเลือกที่จะทิ้งไว้แค่ขอบหลุมหรือวางไว้ในจุดที่ตนเองสะดวกต่อการเคลื่อนย้าย บ่อยครั้งสัตว์เข้ามาคุ้ยเขี่ยกัดแทะถุงขยะจนส่งกลิ่นออกมาได้ อีกทั้งยังทำให้รก ไม่สะอาด และเกิดการทำตามกันต่อไปเรื่อยๆ จึงต้องมีการประชาสัมพันธ์ชี้แจง รวมถึงว่ากล่าวตักเตือนในที่ประชุมของหมู่บ้านอยู่เสมอ แต่เนื่องด้วยคนที่เข้าร่วมการประชุมของหมู่บ้าน อาจจะไม่ใช่คนเดียวกันกับที่นำขยะไปทิ้งยังจุดทิ้งขยะ จึงไม่ได้รับทราบกฎระเบียบและมติจากในที่ประชุม ขณะที่ส่วนใหญ่จะให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามเป็นอย่างดี

ในส่วนของการดูแลอนุรักษ์ป่าในเขตของชุมชน ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน มาเป็นระยะเวลา 2 ปีแล้ว มีการดำเนินการกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ป่า เช่น การบวชป่า ทำร่วมกันระหว่างหมู่บ้านที่ใกล้เคียงซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับป่าต้นน้ำ ในแต่ละปีจะมีการหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันไปแต่ละหมู่บ้านในการเป็นผู้รับผิดชอบจัดทำกิจกรรม และการบวชน้ำ ที่มีการทำมาอย่างต่อเนื่องติดต่อกันทุกๆปี ที่ลำน้ำเติง เป็นต้น รวมไปถึงการจัดการดูแลป่าต้นน้ำ โดยการไม่อนุญาตให้มีการตัดไม้ทำลายป่าในเขตป่าต้นน้ำ ตามข้อบังคับของหมู่บ้าน และกฎระเบียบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับป่าไม้ แต่ในส่วนของบทลงโทษจะเป็นการว่ากล่าวตักเตือน และใช้วิธีสร้างความเข้าใจต่อกัน เพื่อลดความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านและเจ้าหน้าที่

ในด้านการบริหารจัดการไฟ ผู้ใหญ่สมัย เล่าว่า ในตำบลมีการกำหนดระยะเวลาที่สามารถใช้ไฟ(เผา) ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป จนถึงเวลา 18.00 น. ซึ่งชาวบ้านที่เกี่ยวข้องกับการทำการเกษตร คือกลุ่มเป้าหมายแรกที่สำคัญ หากมีการเผาจำเป็นต้องแจ้งบอกต่อคณะกรรมการหรือผู้นำหมู่บ้านก่อนลงมือเผาทุกครั้ง ในกรณีของการพบเจอไฟป่า หากพบบริเวณพื้นที่ติดถนน จะประสานงานขอความช่วยเหลือรถน้ำจากองค์การบริหารส่วนตำบล แต่หากไกลจากถนนและรถไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่หรือจุดเกิดไฟได้ จะประสานงานขอจิตอาสาดับไฟป่า คณะทำงานดูแลด้านไฟป่า และประสานงานไปยังสถานีควบคุมไฟป่าลุ่มน้ำปาย นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมสิ่งแวดล้อมประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน มอบเครื่องอัดใบไม้ จำนวน 5 เครื่องตั้งแต่ปีที่แล้ว เพื่อช่วยลดการเผาเศษใบไม้ภายในหมู่บ้านอีกด้วย

สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานเพื่อปรับปรุงแก้ไข และพัฒนาสิ่งแวดล้อมในหมู่บ้าน โดยให้ความสำคัญกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อชาวบ้าน และสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก เพื่อลดการเกิดข้อขัดแย้ง รวมถึงการสร้างความเข้าร่วมกันในการปฏิบัติตนอยู่ในสังคม ดั่งคติประจำใจในการทำงานของผู้ใหญ่สมัย ติ๊ปาละ ที่ว่า “มุ่งมั่น ขยัน  อดทน  จะทำวันนี้ให้ดีกว่าเมื่อวาน ทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และตอบสนองตามความต้องการของชาวบ้านในหมู่บ้านที่อยู่ภายใต้กฎระเบียบของหมู่บ้านและกฎหมายในสังคม”

โพสต์ใหม่