หน้าแรกบทความ-เรื่องเล่า”ต้นแบบพิทักษ์และฟื้นฟูป่าไม้ ปลดล็อคแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควันที่ยั่งยืน” เครือข่าย ทสม. ชุมชนบ้านบุญแจ่ม

”ต้นแบบพิทักษ์และฟื้นฟูป่าไม้ ปลดล็อคแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควันที่ยั่งยืน” เครือข่าย ทสม. ชุมชนบ้านบุญแจ่ม

สุดยอดต้นแบบเครือข่าย ทสม. ดีเด่นระดับประเทศ ด้านการพิทักษ์และฟื้นฟูป่าไม้ ปลดล็อคแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควันที่ยั่งยืน “เครือข่าย ทสม. ชุมชนบ้านบุญแจ่ม ตำบลน้ำเลา อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่”

ในช่วงกว่าสิบปีที่ผ่านมาปัญหา“ไฟป่าและหมอกควัน” เป็นปัญหาวิกฤตของจังหวัดทางภาคเหนือมาต่อเนื่อง และส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ในหลายด้านทั้งสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคมของทุกปี เนื่องจากเป็นช่วงฤดูหนาวของประเทศไทยที่สภาวะอากาศมีความแห้งแล้งและลมสงบนิ่ง ความกดอากาศสูงแผ่เข้ามาปกคลุมทำให้ฝุ่นละอองหมอกควันที่ลอยอยู่ในบรรยากาศไม่ถูกพัดพาไปไหนและด้วยภูมิประเทศส่วนใหญ่ของภาคเหนือตอนบนเป็นภูเขาสลับซับซ้อนลักษณะเป็นแอ่งกระทะ มีภูเขาล้อมรอบทำให้ได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองหมอกควันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

จากสภาพอากาศที่มีหมอกควันฝุ่นละอองอนุภาคขนาดเล็กในปริมาณที่มากจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ปัญหาฝุ่นควันทำให้คนที่อยู่ในที่โล่งนาน ๆ รู้สึกได้ทั้งมีอาการแสบตา ตาแดง น้ำตาไหล คอแห้ง ระคายคอ หายใจติดขัดเหนื่อยง่ายและแน่นหน้าอก อันตรายต่อร่างกายโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงต่างๆเช่น เด็กเล็กผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคปอด หอบหืด โรคภูมิแพ้ เป็นต้นและผู้ต้องทำงานกลางแจ้งทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้แก่ โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคระบบทางเดินหายใจ โรคตาอักเสบและโรคผิวหนังอักเสบ ที่นับวันเพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้ปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองที่ปกคลุมในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนในปัจจุบันนั้นมีสาเหตุหลายประการ สาเหตุที่สำคัญและส่งผลกระทบรุนแรงในหลาย ๆ ด้าน ได้แก่ “ ไฟป่า” ที่มาจากหลายสาเหตุทั้งจากธรรมชาติเอง อาทิ ฟ้าผ่าหรือเกิดการเสียดสีของกิ่งไม้เกิดจากพื้นที่แห้งจัดและมีต้นไม้ขึ้นเยอะ เช่น ป่าสน ป่าไผ่ แต่มีน้อยมาก ชนวนเหตุที่สำคัญส่วนใหญ่ของไฟป่าคือ“กิจกรรมของมนุษย์” นั่นเอง ทั้งที่ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ เช่น การเข้าไปเก็บของป่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟป่ามากที่สุดโดยของป่าส่วนใหญ่ที่นิยมเก็บหามา ได้แก่ เห็ดไข่มดแดงน้ำผึ้งไม้ไผ่ไม้ทำพื้นผักหวานและอื่น ๆ บางครั้งมีการจุดไฟเพื่อให้พื้นที่ป่าโล่งเตียนให้แสงสว่างเดินสะดวกหรือการจุดเพื่อกระตุ้นการงอกของเห็ดการแตกใบใหม่ผักหวานไล่มดแดงออกจากรังหรือรมควันใส่ผึ้ง เป็นต้น

การเผาพื้นที่การเกษตรเพื่อกำจัดบรรดาวัชพืชซากพืชที่เหลืออยู่เพราะต้องการปรับหน้าดินหลังการเก็บเกี่ยวอย่างรวดเร็วเพื่อเตรียมการเพาะปลูกครั้งต่อไป แต่ด้วยหลายพื้นที่ใช้วิธีการเผาโดยปราศจากแนวควบคุมจนไฟลุกลามไปยังป่า เหตุจากการลักลอบเผาป่าอันเกิดจากความขัดแย้งผลประโยชน์ในกรณีมีปัญหาด้านพื้นที่ต่าง ๆ ก็อาจเกิดความไม่พอใจจนทำลายป่าด้วยการลักลอบเผาป่า ความประมาทเลินเล่อขาดจิตสำนึกเช่นการก่อกองไฟแล้วลืมดับไฟหรือดับไม่หมดหรือการทิ้งก้นบุหรี่ในป่าจนเศษไม้ที่ติดไฟไปโดนกิ่งไม้แห้งแล้วค่อยๆลามเป็นไฟป่า การล่าสัตว์ต้องจุดหรือสุมไฟเพื่อล่อให้สัตว์ออกจากที่อยู่อาศัยและเหตุผลด้านการล่าสัตว์อื่น ๆ และความคึกคะนอง

ปัญหาดังกล่าวเป็นบทเรียนมาทุกๆปี มีนโยบายจากหน่วยงานรัฐมาตลอดแต่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยเหตุปัจจัยหลายอย่าง แต่การแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดคือประชาชนในพื้นที่ต้องมีส่วนร่วมและตระหนักในปัญหา ตัวอย่างเช่น “ป่าชุมชนบ้านบุญแจ่ม” เป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์อันดับต้น ๆ ของจังหวัดแพร่เรียกได้ว่าเป็นแหล่งอู่ข้าวอู่น้ำของชาวบ้านมานานอยู่ในเขตพื้นที่ของตำบลน้ำเลาอำเภอร้องกวางจังหวัดแพร่ในสมัยก่อน พื้นที่ในตำบลน้ำเลาส่วนใหญ่เป็นป่าดงดิบมีพันธุ์ไม้และสัตว์ป่าหลากหลายชนิดทั้งสัตว์เล็กและสัตว์ใหญ่เป็นป่าอุดมสมบูรณ์เพราะมีลำน้ำไหลผ่านทุกหมู่บ้านและเนื่องจากมีลำน้ำไหลผ่านตำบลแห่งนี้จึงได้ชื่อว่า“ตำบลน้ำเลา” พื้นที่เป็นที่ราบสลับเนินเขา ประชากรส่วนใหญ่ของบ้านบุญแจ่มประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักโดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตและที่สำคัญที่สุดคือความร่วมมือร่วมใจของชาวชุมชนที่จะปกป้องดูแลรักษาป่าต้นน้ำป่าชุมชนพื้นที่ 4,000 ไร่ที่ชาวบ้านปกป้องและหวงแหนชาวบ้านช่วยกันปลูกป่าพวกเขาให้ความเคารพกฎกติกาของชุมชนในการใช้ประโยชน์จากป่าชุมชนแห่งนี้

จากปัญหาข้างต้นทั้งด้านไฟป่าและความอุดมสมบูรณ์ของป่า เครือข่าย ทสม. ตำบลน้ำเลาและชาวบ้านในชุมชนจึงได้ร่วมมือร่วมใจกันและด้วยความร่วมมือของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จึงเกิดกระบวนการจัดการเพื่อแก้ปัญหาขึ้นทั้งปัญหาหมอกควันไฟป่าและการพิทักษ์และฟื้นฟูป่าไม้โดยเป้าหมายหลักคือการดูแลป่าชุมชนบ้านบุญแจ่มที่มีพื้นที่ถึง 4,000 ไร่

ทางเครือข่าย ทสม. ตำบลน้ำเลาได้ใช้วิธีการ“การประชุมคณะกรรมการเครือข่ายทสม. และการประชุมประชาคมในพื้นที่” จุดประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมโดยน้อมนำพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในเรื่องเกี่ยวกับป่าที่ตรัสว่า“การปลูกต้นไม้ในใจคน” และ“การปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง” และที่สำคัญคือผลจากการประชุมได้มี“การออกกฎระเบียบป่าชุมชน” โดยใช้มติของการประชุมประชาคมยึดหลักประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมและประกาศให้ชุมชนรับทราบด้วยการติดป้ายประกาศและเสียงตามสายการขับเคลื่อนดำเนินงานเครือข่ายทสม. ตำบลน้ำเลาใช้วิธีการ“จัดกำลังคน” ผู้ที่ทำหน้าที่ในด้านต่างๆดังนี้

  1. ชุดลาดตระเวนทำหน้าที่ออกลาดตระเวนป่าชุมชนในรูปแบบเครือข่ายป้องกันรักษาป่าชุมชนเฝ้าระวังไฟป่าหรือหากลุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เกิดไฟป่ารวมถึงเรื่องการลักลอบตัดต้นไม้ทำลายป่าในการลาดตระเวนใช้วิธีการเดินใช้รถจักรยานยนต์หรือรถยนต์
  2. ชุดดับไฟป่ากรณีเกิดไฟป่าขั้นตอนการดับไฟป่าเป็นขั้นตอนที่หนักที่สุดยากที่สุดและต้องใช้ความรู้ความชำนาญและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ดีเยี่ยมเนื่องจากเป็นงานที่เสี่ยงอันตรายทสม. มีการวางแผนทั้งการเตรียมความพร้อมบุคลากรดับไฟป่าเตรียมเครื่องมือดับไฟป่าทุกชนิดรวมทั้งเตรียมวิทยุสื่อสารในเขตพื้นที่ที่สัญญาณโทรศัพท์เข้าไปไม่ถึงและจัดยานพาหนะให้สามารถใช้การได้ตลอดเวลาที่สำคัญมีการฝึกอบรมบุคลากรให้มีความรู้และทักษะในการใช้อุปกรณ์ดับไฟป่าตลอดจนยุทธวิธีในการดับไฟป่าเพื่อเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานดับไฟป่า
  3. ชุดทำแนวป้องกันไฟป่าเครือข่ายทสม. ตำบลน้ำเลาได้รับความร่วมมือจากผู้นำชุมชนตำบลน้ำเลาผู้ใหญ่บ้านชาวบ้านจิตอาสากำลังทหารนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้ทำแนวกันไฟป้องกันไฟป่าลุกลามในพื้นที่ป่าชุมชนของหมู่บ้านซึ่งอยู่ในท้องที่หมู่ 1 บ้านบุญแจ่มโดยแนวกันไฟมีขนาดกว้าง 3 เมตรระยะทางกว่า 3 กิโลเมตรทางตำบลน้ำเลาได้ประกาศเตือนให้ชาวบ้านรับทราบถึงผลเสียของการเผาป่าและเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายโดยประกาศเสียงตามสายทุกวันเพื่อสร้างจิตสำนึกให้กับชาวชุมชน
  4. ชุดคัดกรองคนเข้าป่าหรือหาของป่าทสม. ตำบลน้ำเลาได้ตั้งจุดตรวจคัดกรองการหาของป่าเพื่อป้องกันการตัดไม้ทำลายป่าและไฟป่าผู้ที่จะเข้าไปในป่าเพื่อประโยชน์ใด ๆ ก็ตามเช่นเข้าไปหาของป่าจะต้องลงชื่อเข้าออกทุกครั้ง

ในด้านการพัฒนาศักยภาพของเครือข่ายทสม. ได้มีการจัดอบรมให้ความรู้ด้านการจัดการป่าชุมชนการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าและการรณรงค์ป้องกันไฟป่าและหมอกควันและมีการศึกษาดูงานตามสถานที่ต่าง ๆ เช่นศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดเชียงใหม่ศึกษาดูงานที่มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติจังหวัดชลบุรีเป็นต้นเพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับพื้นที่ของตน

นอกจากการป้องกันไฟป่าและหมอกควันแล้วทางเครือข่าย ทสม. ยังได้ดำเนินการด้านการพิทักษ์ป่าด้วยการบวชป่าสร้างความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในชุมชนโครงการที่สำคัญของชุมชนคือ“โครงการปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่างตามแนวพระราชดำริ” เริ่มดำเนินการตั้งแต่ตุลาคม 2556 ใช้เวลา 6 ปีจนเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีโครงการเพาะเห็ดในป่าชุมชนมีการจัดตั้ง“ศูนย์เรียนรู้เห็ดป่าชุมชนต้นแบบบ้านบุญแจ่มตำบลน้ำเลาอำเภอร้องกวางจังหวัดแพร่” เพื่อสร้างผลผลิตอินทรีย์แบบธรรมชาติสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืนโดยได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยและมหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่เฉลิมพระเกียรติในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการเพาะเห็ดแบบครบวงจรแก่ชุมชนบ้านบุญแจ่มร่วมปลูกป่าปลูกเห็ดในป่าชุมชนและกิจกรรมบวชป่านอกจากการสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้ชุมชนแล้วยังเป็นต้นแบบการสร้างอาหารในพื้นที่ป่าและการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ที่ยั่งยืน

ทางเครือข่าย ทสม. ตำบลน้ำเลา ยังได้ดำเนินโครงการสร้างฝายชะลอน้ำตามแนวพระราชดำริของบ้านบุญแจ่มโดยความร่วมมือของจิตอาสาและประชาชนบ้านบุญแจ่มร่วมแรงร่วมใจและบริจาคเงินร่วมกันสร้างฝายชะลอน้ำกึ่งถาวรที่ลำห้วยแม่คำปองเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอกเช่นองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ (อบจ.) สนับสนุนปูนซีเมนต์การสร้างฝายชะลอน้ำของอ่างเก็บน้ำแม่คำปองได้จัดทำไว้หลายจุดเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและป้องกันน้ำท่วมโดยแต่ละครั้งที่ดำเนินการทางเครือข่าย ทสม. ได้รับความร่วมมือจากจิตอาสาประชาชนเยาวชนและได้รับการสนับสนุนกำลังพลทหารและหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง

ผลตอบแทนจากการที่ผู้นำชุมชนและชาวชุมชนร่วมมือร่วมใจกันแก้ปัญหาปกป้องดูแลรักษาป่าต้นน้ำที่พวกเขาหวงแหนทำให้ป่าชุมชนบ้านบุญแจ่มกลับมาเป็นป่าสมบูรณ์อันดับต้น ๆ ของจังหวัดแพร่ทุกวันนี้ชาวบ้านอาศัยเก็บของป่าเห็ดพืชสมุนไพรก่อให้เกิดประโยชน์ต่อทุกครัวเรือนอาทิประโยชน์จากไม้โตเร็วเช่นไผ่เห็ดป่าที่สร้างรายได้ให้กับชุมชน ผลของการจัดการเกี่ยวกับไฟป่า ทำให้จุดความร้อน (Hotspot) ลดลงกว่าเดิมค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่ลดลงความสมบูรณ์ของป่าชุมชนบ้านบุญแจ่มส่งผลโดยตรงต่ออ่างเก็บน้ำแม่กำปองอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่รับน้ำจากผืนป่าชุมชนแห่งนี้ทำให้มีปริมาณน้ำเพียงพอเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านการเกษตรและหล่อเลี้ยงชุมชนบ้านบุญแจ่ม นอกจากนี้อ่างเก็บน้ำแม่คำปองยังเป็นแหล่งเลี้ยงปลาโดยธรรมชาติชาวบ้านสามารถออกมาหาปลาเป็นรายได้ให้ชาวบ้านในชุมชนและชุมชนยังมีการบริหารจัดการควบคุมการจับสัตว์น้ำให้อยู่ในความสมดุลและเหมาะสมเมื่อถึงฤดูปลาวางไข่ชุมชนบ้านบุญแจ่มมีกติกาว่าห้ามจับสัตว์น้ำโดยเด็ดขาดทั้งนี้เพื่อรักษาระบบนิเวศให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และเมื่อผ่านพ้นจากฤดูปลาวางไข่อ่างเก็บน้ำแม่กำปองคือแหล่งโปรตีนในพื้นที่รวมทั้งเป็นแหล่งสร้างรายได้จากทรัพยากรประมงให้กับคนในชุมชนปัจจุบันป่าชุมชนบ้านบุญแจ่มเปิดให้เป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาธรรมชาติชื่นชมความหลากหลายทางชีวภาพชมพันธุ์ไม้หายากในท้องถิ่นที่นับวันจะหาดูได้ยากยิ่งขึ้นจนเกิดโครงการท่องเที่ยวทำให้ชุมชนมีรายได้อาทิโครงการท่องเที่ยวโดยชุมชนโครงการท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีโครงการท่องเที่ยวตามรอยพ่อแหล่งเรียนรู้

จากความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะดำรงรักษาไว้ซึ่งป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ของเครือข่าย ทสม. ตำบลน้ำเลาและความร่วมมือของชุมชนทำให้ป่าชุมชนบ้านบุญแจ่มได้รับรางวัลต่างๆมากมาย ส่วนหนึ่งของรางวัลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการพิทักษ์ป่าไม้มีดังต่อไปนี้ 1. รางวัลคนรักษ์ป่าป่ารักชุมชนชนะเลิศระดับภาคเหนือ 2. รับเกียรติบัตรโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชจากอธิบดีกรมป่าไม้ และ 3. รางวัลป่าชุมชนตัวอย่างระดับจังหวัด

ทั้งนี้ความสำเร็จต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งการพิทักษ์รักษาป่าชุมชนบ้านบุญแจ่มที่เป็นต้นน้ำของอ่างเก็บน้ำแม่คำปองเป็นแหล่งอาหารของชาวชุมชนและยังเป็น“ที่ฟอกปอด” ของคนภาคเหนือมาจากปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ“ทีมเครือข่าย ทสม.” ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจสามารถสร้างความมีส่วนร่วมแบบบูรณาการทั้งภายในและภายนอก การมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับชาวชุมชนและหน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชนทำให้ทางเครือข่าย ทสม. ตำบลน้ำเลานี้ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด กระทรวง กรมและสำนักงานต่างๆรวมไปถึงมหาวิทยาลัยทั้งในด้านองค์ความรู้และงบประมาณในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

Exit mobile version