หน้าแรกบทความ-เรื่องเล่าเดช เชียวเขตรวิทย์ ทสม.ดีเด่น : สร้างชุมชนเข็มแข็งเพื่อคืนชีวิตให้ผืนป่า

เดช เชียวเขตรวิทย์ ทสม.ดีเด่น : สร้างชุมชนเข็มแข็งเพื่อคืนชีวิตให้ผืนป่า

ในอดีต ป่าแม่วงก์-แม่เปิน เคยมีพื้นที่ป่ามากกว่าหนึ่งล้านไร่ทอดยาวกินพื้นที่สองจังหวัดคือนครสวรรค์และกำแพงเพชร  มีความอุดมสมบูรณ์มีต้นไม้นานาพันธุ์เต็มพื้นที่  ทั้งมีสัตว์ป่ามีความหลากหลายทางชีวภาพและมีของป่าให้คนในพื้นที่เก็บกินไม่เคยขาด

จนเมื่อรัฐออกนโยบายสัมปทานพื้นที่ป่าไม้ให้คนทั่วไปสามารถเข้าใช้พื้นที่ป่าสงวนเพื่อทำการเกษตรปลูกพืชเชิงเดี่ยวก็ทำให้มีการตัดต้นไม้และทำลายป่ามากขึ้น  ส่งผลให้ป่าแม่วงก์-แม่เปิน เกิดความเสื่อมโทรมพื้นที่ป่าลดลงไปกว่าครึ่งฝนไม่ตกตามฤดูกาลและเกิดความแห้งแล้งป่าที่เคยอุดมสมบูรณ์ และเป็นที่พึ่งพาตามธรรมชาติของคนในชุมชนก็คงเหลือเพียงป่าที่แห้งแล้งและไม่เอื้อต่อวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชนอีกต่อไป

นายเดช เชียวเขตรวิทย์ ทสม.ดีเด่น ระดับประเทศ ปี 2563 ด้านการพิทักษ์และฟื้นฟูป่าไม้เล่าว่าผลกระทบที่เกิดจากสภาพป่าที่ถูกบุกรุกทำลายจนเสื่อมโทรมทั้งปัญหาภัยแล้งแหล่งอาหารตามธรรมชาติที่เคยหาได้ในป่าก็กลับลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดสิ่งเหล่านี้เป็นตัวชี้วัดที่บ่งบอกได้ว่าชุมชนต้องร่วมมือกันเพื่อพลิกฟื้นคืนป่าให้กลับมาอุดมสมบูรณ์เพราะหากไม่มีป่าแล้วคนในชุมชนจะอยู่อย่างไร

ด้วยหัวใจของคนที่เติบโตและผูกพันกับป่ามาทั้งชีวิต นายเดชจึงรวมกลุ่มกับพี่น้องชาวบ้านในพื้นที่ลุกขึ้นปกป้องรักษาพื้นที่ป่าไม้ของชุมชนโดยยึดหลักความตรงไปตรงมาร่วมคิดร่วมทำเปิดรับความคิดเห็นและยังแสวงหาพันธมิตรทำให้การทำงานของเครือข่ายมีความเข้มแข็งมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง  รวมทั้งเป็นกำลังสำคัญของเครือข่ายราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) เครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนธรณีพิบัติภัยเครือข่ายป่าชุมชนและเครือข่าย ทสม. นำความรู้และประสบการณ์จากหลายหน่วยงานมาเชื่อมโยงและปรับใช้ในการดำเนินงานเพื่อฟื้นฟูป่าโดยพื้นที่

ป่าชุมชนบ้านคลองห้วยหวาย และป่าชุมชนภายในพื้นที่อำเภอแม่เปิน จึงถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่เป้าหมายแรกของการดำเนินงานฟื้นฟูผืนป่าอย่างจริงจังโดยเริ่มจากการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ชุมชนช่วยกันป้องกันไฟป่า กิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำ กิจกรรมปลูกป่าบวชป่าทำแนวเขตป่ากันชนทำแนวกันไฟลาดตระเวนสอดส่องดูแลตลอดจนการบังคับใช้กฎกติกาหมู่บ้านให้เกิดการบริหารจัดการพื้นที่อย่างเหมาะสม

ผลจากการดำเนินกิจกรรมต่างๆโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนภาคีเครือข่ายร่วมกับหน่วยงานต่างๆทำให้ความสมบูรณ์ของผืนป่าและสัตว์ป่ากลับคืนมายังผืนป่าแม่วงก์-แม่เปินอีกครั้ง อาทิเช่น ช้างป่าซึ่งได้กลับเข้ามาหากินและอยู่อาศัยเป็นฝูงใหญ่ถือเป็นความสำเร็จอย่างงดงามต่อการเสียสละและทำความดีเพื่อสังคมจนนายเดชได้รับรางวัลแหนบทองคำรางวัลด้านการป้องกันรักษาป่าอันเป็นความภาคภูมิใจ

นอกจากการฟื้นฟูป่าแล้ว นายเดชและชาวบ้านในเครือข่ายทสม. ยังได้ร่วมใจกันปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับป่า และในทุกปีจะมีการสร้างฝายชะลอน้ำช่วยทำแนวกันไฟป่ารอบชุมชน สำหรับพื้นที่เสี่ยงก็จะจัดให้มีทีมลาดตระเวนคอยป้องกันรักษาป่าโดยทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

มีการจัดพิธีบวชป่าโดยนำความเชื่อของชุมชนที่มีความผูกพันกับพุทธศาสนามาใช้ในการป้องกันไม่ให้ใครเข้ามาตัดไม้ทำลายป่าโดยพระสงฆ์และประชาชนจะนำสบงจีวรไปผูกล้อมต้นไม้ขนาดใหญ่และต้นไม้พันธุ์ที่สำคัญหายากเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงการขออภัยทานกระตุ้นเตือนจิตสำนึกของมนุษย์ให้คิดถึงความสำคัญของป่าและต้นไม้ก่อนคิดทำลาย

ชาวบ้านยังร่วมกันสร้างกติกาป่าชุมชนให้มีการปิดป่าเป็นประจำในช่วงเดือนกันยายนเป็นต้นไปของทุกปีเพื่อพักให้ผืนป่าได้มีเวลาฟื้นฟูคืนความอุดมสมบูรณ์  ถือโดยเป็นแนวคิดของการอยู่ร่วมกับป่าอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยไม่เอาเปรียบและหาผลประโยชน์จากป่ามากเกินไปเพื่อให้คนในชุมชนยังคงมีทรัพยากรจากป่าให้ได้เก็บเกี่ยวได้อย่างยั่งยืน

นายเดชได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะต่อยอดขยายผลไปสู่กลุ่มเยาวชนเพื่อเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้และความตระหนักในการอนุรักษ์และบูรณาการความร่วมมือให้เชื่อมโยงการดำเนินงานของ 3 อำเภอคือแม่วงก์ อ.แม่เปินและ อ.ชุมตาบงในเรื่องการจัดการป่าชุมชนและการฟื้นฟูป่าอนุรักษ์ร่วมกัน

ทั้งนี้จากการศึกษาข้อมูลของชุมชนเพื่อนำมาประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจในชื่อโครงการทรัพยากร-ทรัพยากินพบว่าพื้นที่ป่าชุมชนบ้านคลองห้วยหวายมีความอุดมสมบูรณ์มากซึ่งนายเดช ได้กล่าวถึงด้วยภูมิใจที่ทุกวันนี้ป่าชุมชนบ้านคลองห้วยหวายได้เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวและผู้มีใจอนุรักษ์เข้ามาชื่นชมความอุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้ นายเดชยังเป็นผู้นำตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทำน้ำตาลอินทรีย์จากอ้อยและจัดทำตลาดนัดชุมชนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้หล่อเลี้ยงชีวิตให้คนในพื้นที่

นายเดช เชียวเขตรวิทย์ จึงถือเป็นแบบอย่างของคนรักป่าที่ใช้หัวใจและความมุ่งมั่นขับเคลื่อนการทำงานพลิกฟื้นผืนป่าให้กลับมาอุดมสมบูรณ์และยังเป็นการพลิกฟื้นเศรษฐกิจและชีวิตคนในชุมชนให้อยู่ร่วมกับป่าไม้ได้อย่างเป็นสุข

โพสต์ใหม่