-0.5 C
New York
วันจันทร์, มกราคม 18, 2021
หน้าแรก ข่าวด่วน ชาวบ้านยกนิ้ว"หมุดเซ็นเซอร์"สร้างวินัยไม่จอดขาวแดง

ชาวบ้านยกนิ้ว”หมุดเซ็นเซอร์”สร้างวินัยไม่จอดขาวแดง

จากกรณีที่ผู้ใช้โซเชียลมีเดียในจังหวัดเชียงใหม่ต่างแสดงความคิดเห็นและเกิดกระแสวิพากษวิจารณ์อย่างกว้างขวางจากการที่พบว่ามีการนำหมุดสะท้อนแสงสีขาวแดงไปฝังลงพื้นริมถนนนิมมานเหมินทร์ ในตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นย่านยอดนิยมของนักท่องเที่ยวและมีปัญหาการจราจรคับคั่งติดขัดมากที่สุดแห่งหนึ่ง ทั้งนี้มีการระบุว่าหมุดดังกล่าวนั้น เป็นเซ็นเซอร์ที่ถูกนำมาติดตั้งเพื่อตรวจจับรถที่นำไปจอดบนถนนตรงจุดที่ห้ามจอดหรือขาวแดง ซึ่งหากมีการนำรถไปจอดเซ็นเซอร์จะทำการส่งสัญญาณไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่อยู่ใกล้ให้มาทำการล็อคล้อหรือออกใบสั่งทันที โดยเสียงสะท้อนส่วนใหญ่ตำหนิเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรว่ามุ่งแต่จะเก็บค่าปรับเป็นหลัก ซึ่งเบื้องต้นมีการระบุว่าหมุดดังกล่าวจะมีการติดตั้งทั้งสิ้น 171 จุด
พันตำรวจโทศุภชัย จันทรา รองผู้กำกับการกลุ่มงานจราจรตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า การติดตั้งหมุดดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสมาร์ท นิมมาน ที่อยู่ภายใต้โครงการเชียงใหม่สมาร์ท ซิตี้ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพหลัก ในการดำเนินการร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเทศบาลนครเชียงใหม่และทางหลวง เป็นต้น โดยหมุดดังกล่าวนั้น ดำเนินการติดตั้งโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นเซ็นเซอร์ที่จะตรวจจับว่าตรงจุดดังกล่าวมีการจอดรถหรือไม่ ซึ่งเป้าหมายหลักเพื่อช่วยจัดระบบและระเบียบจุดจอดบนถนนนิมมานเหมินทร์ว่ามีที่ว่างหรือไม่อย่างไร เพื่อให้บรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดและช่วยให้ประชาชน รวมทั้งนักท่องเที่ยว สามารถวางแผนการใช้รถใช้ถนนและการเดินทางได้ง่ายยิ่งขึ้น เพราะจะมีการพัฒนาแอปพลิเคชันและเชื่อมฐานข้อมูลจุดจอดรถด้วย
สำหรับเรื่องการบังคับใช้กฎหมายจราจรนั้น เป็นรายละเอียดและประโยชน์อีกส่วนหนึ่งของการติดตั้งหมุดเท่านั้น เป็นการนำเทคโนโลยีมาช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรให้ทำงานง่ายขึ้นในการตรวจตราและกวดขันวินัยจราจร บนถนนเส้นนี้ที่มักจะมีปัญหาการจอดในที่ห้ามจอด โดยหากมีการนำรถไปจอดในจุดห้ามจอดที่มีการติดตั้งหมุดไว้ จะมีการส่งสัญญาณไปยังระบบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบและเข้ามาตรวจสอบดำเนินการตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีการใช้งานจริง เป็นเพียงขั้นตอนของการดำเนินการติดตั้ง และทดลองใช้ รวมทั้งพัฒนาระบบเท่านั้น ทั้งนี้รายละเอียดทั้งหมดของโครงการทางจังหวัดเชียงใหม่ที่เป็นเจ้าภาพหลักจะมีการจัดแถลงชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดอีกครั้ง
ด้านนายบรรลุศิลป์ ศรีโสภา อายุ 52ปี คนขับรถตุ๊กตุ๊กรับจ้าง บอกว่า เห็นคนงาน นำอุปกรณ์หมุดดังกล่าวมาติดตั้งเมื่อประมาณสัปดาห์ที่แล้วและจากการสอบถามทราบว่าเป็นเซ็นเซอร์ที่จะใช้ตรวจจับรถยนต์ที่นำมาจอดตรงจุดห้ามจอดหรือขาวแดงบนถนนนิมมานเหมินทร์ โดยหากมีรถมาจอดจะมีสัญญาณส่งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรให้มาตรวจสอบ และดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งโดยส่วนตัว เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี ในการที่จะช่วยแก้ไขปัญหา การนำรถมาจอดในที่ห้ามจอดบนถนนและทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนนิมมานเหมินทร์ที่ปกติ มีการจราจรคับคั่งตลอดทั้งวัน ทั้งนี้จากการสังเกตดูพบว่าตั้งแต่ที่มีการนำหมุดดังกล่าวมาติดตั้ง และมีกระแสข่าวออกไป พบว่ามีคนนำรถไปจอดตรงจุดที่เป็นขาวแดงลดลงอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตามยังไม่ปรากฏว่ามีคนที่ถูกล็อคล้อหรือถูกใบสั่งต้องเสียค่าปรับเลย ซึ่งเข้าใจว่าน่าจะยังอยู่ในช่วงทดลองระบบมากกว่า แต่อยากให้นำมาใช้จริงอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้นายวิชัย บรรพัน อายุ 43 ปี เจ้าของร้านขายของบนถนนนิมมานเหมินทร์ บอกว่า หมุดขาวแดงที่ฝังลงในพื้นผิวด้านข้างของถนนดังกล่าวนั้น มีคนงานมาติดตั้งไว้ เมื่อประมาณสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่ง ไม่มีหน่วยงานใดมาแจ้งหรือประชาสัมพันธ์ว่าเป็นอะไร แต่ได้สอบถามจากคนงานที่นำมาติดตั้งทำให้ทราบว่าเป็นเซ็นเซอร์เอาไว้ตรวจจับรถที่จอดในที่ห้ามจอดหรือขาวแดง และจะส่งสัญญาณไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรมาดำเนินการ

ทั้งนี้เห็นว่าเป็นประโยชน์และเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่งในการที่จะช่วยแก้ไขบรรเทาปัญหาการจราจรบนถนนเส้นนี้ ที่มักจะพบว่า มีผู้นำรถไปจอดตรงจุดที่ห้ามจอดอยู่เป็นประจำ จนทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด โดยเฉพาะตามหัวมุมต่างๆที่รถจะเลี้ยวเข้าหรือออกซอย ซึ่งหมุดดังกล่าวนี้น่าจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจตราและทำงานได้ง่ายขึ้นในการกวดขันวินัยจราจร ขณะเดียวกันก็มองว่าทำให้คนขับรถ ปฏิบัติตามกฎจราจรมากขึ้นด้วย เพราะเท่าที่เห็นพบว่าตั้งแต่ที่มีการนำหมุดมาติดตั้งไว้ ปัญหาเรื่องการจอดรถ ตรงจุดห้ามจอดรถน้อยลงไปมาก

Most Popular

ซากุระเมืองไทยที่ขุนวางบานสะพรั่งพร้อมมาตรการจำกัดคนเข้าชม

บรรยากาศท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ เริ่มกลับมาคึกคัก จากดอกนางพญาเสือโคร่งที่บานสะพรั่งในหลายยอดดอย โดยเฉพาะที่ขุนวาง ทางศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่(ขุนวาง) วางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเข้มงวด ขณะนี้ดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระเมืองไทย ภายในศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่(ขุนวาง) ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ กำลังบานสะพรั่งเป็นสีชมพูสวยงามเต็มยอดดอย โดยเฉพาะที่บริเวณอุโมงค์ดอกนางพญาเสือโคร่ง ทำให้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศจำนวนมาก พากันเดินทางไปเที่ยวชมความสวยงามกันตลอดทั้งวัน ซึ่งไฮไลท์ของที่นี่คือต้นพญาเสือโคร่งที่ขึ้นเรียงราย ทอดยาวเป็นอุโมงค์พญาเสือโคร่งสีชมพู ถ้าหากเป็นช่วงปกติแล้ว จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไม่ต่ำกว่าวันละ 10,000 คน...

ม.แม่โจ้ส่งมอบดอกกัญชาแห้งบด400กก ให้กรมการแพทย์ผลิตยา

เชียงใหม่-ม.แม่โจ้ส่งมอบล็อตใหญ่ดอกกัญชาแห้งบด400กิโลกรัม มูลค่า16ล้านบาท ตามโครงการปลูกและเก็บเกี่ยวเพื่อการแพทย์ในระบบอินทรีย์ระดับอุตสาหกรรม ให้กรมการแพทย์ ส่งตรงถึงคณะเภสัชศาสตร์ ม.ขอนแก่น เพื่อผลิตยา เผยเร่งวิจัยพัฒนาสายพันธุ์ไทยเตรียมจดทะเบียนระดับโลก ที่โรงปลูกกัญชาอินทรีย์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่,สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5,สถานีตำรวจภูธรสันทราย และสถานีตำรวจภูธรแม่โจ้ ร่วมเป็นสักขีพยาน พิธีส่งมอบดอกกัญชาแห้งบดจำนวน 400 กิโลกรัม...

จนท.ป่าไม้ตรวจสอบพื้นที่ปลูกป่าลุงป้อม-ฌอน ยันไม่ตายแค่ผลัดใบช่วงแล้ง

ผู้บริหารสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่1(เชียงใหม่) นำ จนท.ลงพื้นที่ตรวจสอบทันทีหลังโซเชียลโพสต์ภาพระบุกล้าไม้เหี่ยวแห้งยืนต้นตายบนพื้นที่ห้วยตึงเฒ่า ที่“ฌอน”ไลฟ์โค้ชชื่อดังร่วมปลูกพร้อม“ลุงป้อม”เมื่อปีที่แล้ว ยืนยันแค่ไม้ผลัดใบตามธรรมชาติ ตรวจนับต้นที่ปลูกโดยบุคคลสำคัญทั้งหมด47ต้น ยังอยู่ดีครบทั้งหมด พร้อมย้ำ “ฌอน” แค่คนมาร่วมกิจกรรม ไม่เกี่ยวข้องร่วมจัด จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ “Tee Hit” ได้โพสต์ภาพกล้าต้นไม้ที่ถูกปลูกเรียงเป็นแถว แต่ไม่ได้รับการดูแลและเหี่ยวแห้งตาย มีเพียงฟางหญ้าคลุมไว้ที่โคนต้นเท่านั้น พร้อมบรรยายข้อความว่า “ฌอน นายจำได้ไหม??ป่าที่นายเคยมาปลูก ต้นไม้ที่นายเคยปลูกก็ยังไม่มีใบงอกมาสักใบเลย ผ่านไปเป็นปีแล้ว นายกลับมาดูแลบ้าง???” ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีผู้นำไปแชร์ต่อและเข้าไปแสดงความคิดเห็นวิพากษณ์วิจารณ์จำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นการตำหนิ...

ดอยอินทนนท์กลับมาหนาวจัด2องศากับเหมยขาบที่เกิดขึ้นอีกรอบ

“ดอยอินทนนท์”หนาวจัด2องศาเซลเซียส พร้อมเกิด “เหมยขาบ” สวยงาม ท่ามกลางบรรยากาศท่องเที่ยวสุดเงียบเหงาเหลือนักท่องเที่ยวทั้งวันแค่ร้อยกว่าคน เหตุผวาโควิด-19 ระบาดระลอกใหม่ วันนี้(15 ม.ค.64) ที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ สภาพอากาศยังคงหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง โดยอุณหภูมิต่ำสุดเช้าวันนี้วัดได้ 2 องศาเซลเซียส ที่กิ่วแม่ปานและที่ยอดดอย ซึ่งจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นจัดประกอบกับปัจจัยแวดล้อมที่เหมาะสมส่งผลทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำค้างแข็ง หรือเหมยขาบขึ้นเกาะตามยอดหญ้าเป็นสีขาวโพลน ส่องแสงระยิบระยับสวยงาม อย่างไรก็ตามบรรยากาศแตกต่างจากช่วงปกติที่มักจะต้องมีนักท่องเที่ยวแสดงความตื่นเต้นดีใจและพากันมุงดูถ่ายภาพเป็นที่ระลึก เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์...

Recent Comments