-0.5 C
New York
วันจันทร์, มกราคม 18, 2021
หน้าแรก ข่าวด่วน คณะแพทย์ มช.เปิดตัวห้องฉุกเฉินแยกโรคติดเชื้อแรงดันลบแห่งแรกภาคเหนือ

คณะแพทย์ มช.เปิดตัวห้องฉุกเฉินแยกโรคติดเชื้อแรงดันลบแห่งแรกภาคเหนือ

f9a58c5405b5288d8aac9a9b3f89c26c.jpg
รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ เปิดตัวห้องฉุกเฉินแยกโรคติดเชื้อทางอากาศแรงดันลบ แห่งแรกในภาคเหนือ ผลงานความร่วมมือคณะแพทยศาสตร์-คณะวิศวกรรมศาสตร์ มช.ใช้งบ5.5ล้าน สร้างเสร็จภายในเวลาแค่21วัน ช่วยป้องกันลดการแพร่กระจายของเชื้อ2ef4f7f66e41c362f0de7aaf8cb18b15.jpgวันนี้(14 พ.ค.63) ที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศาสตราจารย์นายแพทย์บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐ วรยศ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วยรองศาสตราจารย์นายแพทย์ชัยวัฒน์ บำรุงกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่,นายวิวรรธน์ พงษ์เรืองเกียรติ และนายธนวัช โพคะรัตน์ศิริ ตัวแทนกลุ่มวิศวกรอาสาพหุภาคี ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวห้องฉุกเฉินแยกโรคติดเชื้อทางอากาศแรงดันลบ ( Negative Pressure Room for Emergency Department ) แห่งแรกในภาคเหนือ ลดการแพร่กระจายของเชื้อ เพิ่มความปลอดภัยให้กับบุคลาการทางการแพทย์และผู้มาใช้บริการ
dd867f37d2a2aa898d78ec5dfd67ca5d.jpgทั้งนี้คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดของ COVID 19 ที่ขยายเป็นวงกว้างในช่วงปลายเดือนมีนาคม คณะแพทยศาสตร์ ได้ระดมความคิดจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้การตอบสนองต่อการเจ็บป่วยของผู้ป่วยจำนวนมาก ได้รับการตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้กรอบเวลาที่จำกัด จึงได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจขึ้นเพื่อตอบสนองการระบาดอย่างเป็นระบบและรวดเร็ว เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของCOVID-19 อาจทำให้มีผู้ป่วยที่ป่วยด้วยโรคนี้เจ็บป่วยฉุกเฉิน อาการหนักและมาใช้บริการห้องฉุกเฉิน ซึ่งที่ผ่านมาหากผู้ป่วยที่สงสัยว่าจะมีการติดเชื้อ จะได้รับการแยกไปทำการรักษาที่ห้องแยกผู้ป่วยติดเชื้อที่ห้องฉุกเฉิน ซึ่งแต่เดิมโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่มีห้องลักษณะนี้เพียง 1 ห้องเท่านั้นd1662cc227e4eb9fe67ce9450ec41005.jpg
6a02b072b5235b79f62f5ff80eb93da3.jpg
60f4918c3728f8ceaeca04499fad3d22.jpg
อย่างไรก็ตามเมื่อการระบาดขยายวงกว้าง ดังที่เราเห็นในต่างประเทศ จะมีความเสี่ยงมากขึ้นมีผู้ป่วยฉุกเฉินที่ติดเชื้อเข้ามาปะปนกับผู้ป่วยฉุกเฉินรายอื่น ๆ เพื่อให้การจัดการพื้นที่ขณะที่มีการระบาดมีความชัดเจนและปลอดภัย จึงเป็นที่มาของโครงการร่วมกันระหว่างคณะแพทยศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และสมาคมศิษย์เก่า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มช. ที่ได้นำองค์ความรู้ที่ถูกต้อง ได้มาตรฐาน ประสบการณ์จากการทำงาน มาเป็นองค์ประกอบของการสร้างห้องฉุกเฉินความดันลบ โดยการบูรณาการร่วมกันของ 2 คณะ และ 1 สมาคม ทำให้เกิดห้องดังกล่าวขึ้น การก่อสร้างครั้งนี้ใช้เวลาเพียง 21 วัน ซึ่งนับได้ว่ารวดเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมาเพื่อให้ทันต่อการระบาด จากปกติที่การสร้างห้องความดันลบส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือนเป็นอย่างน้อย
สำหรับห้องฉุกเฉินแยกโรคติดเชื้อทางอากาศแรงดันลบ (Negative Pressure Room for Emergency Department) เป็นห้องกักกันเชื้อที่มีระบบระบายอากาศแยกจากส่วนอื่นๆ สามารถบำบัดอากาศและฆ่าเชื้อโรคด้วย HEPA Filter + UVC และ Ozone ก่อนปล่อยออกสู่สาธารณะ โดยภายในประกอบไปด้วย ห้องรักษาจำนวน 4 ห้อง และแต่ละห้องจะมีความดันเป็นลบ ทำให้อากาศจากภายในห้องไม่ไหลย้อนออกมาสู่ภายนอก เพิ่มความปลอดภัยให้กับบุคลาการทางการแพทย์และผู้ที่มาใช้บริการ ซึ่งห้องฉุกเฉินแยกโรคติดเชื้อทางอากาศแรงดันลบไม่ได้มีไว้แค่ป้องกันการแพร่กระจายของ COVID-19 แต่สามารถป้องกันโรคทางเดินหายใจอื่นๆอีกด้วย เช่น โรควัณโรค โรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งโรคเหล่านี้ยังมีการติดต่ออยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้ห้องฉุกเฉินแยกโรคติดเชื้อทางอากาศแรงดันลบแห่งนี้ ภายหลังการระบาดสิ้นสุด น่าจะเป็น new normal ของห้องฉุกเฉินในอนาคต เพราะยังคงมีโรคที่อาจจะอุบัติใหม่ โรคติดต่อทางเดินหายใจเดิมที่ยังคงรบกวนสุขภาพของประชาชนทั่วไป ทำให้เราต้องมีสิ่งใหม่ๆเพื่อป้องกันการระบาดเกิดขึ้นในห้องฉุกเฉิน บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วยและญาติก็มีความปลอดภัยอีกด้วยd1662cc227e4eb9fe67ce9450ec41005.jpg
6a02b072b5235b79f62f5ff80eb93da3.jpg
60f4918c3728f8ceaeca04499fad3d22.jpg
นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่เข้ามาแบบฉุกเฉิน อาการรุนแรง และไม่สามารถให้ประวัติที่ชัดเจนได้ ทางผู้ที่ให้การักษาจำเป็นจะต้องตระหนักว่า ผู้ป่วยเหล่านี้อาจจะมีเชื้อ ซึ่งผู้ป่วยที่เจ็บป่วยรุนแรง ไม่ทราบประวัติลักษณะนี้ อาจมีจำนวน 5-10 รายต่อวัน นับเป็นจำนวนที่ไม่น้อย เมื่อเข้ามาถึงพยาบาลจะได้ทำการคัดกรอง รักษาเบื้องต้น ช่วยเหลือชีวิตให้อาการคงที่ แล้วส่งต่อไปยังหอผู้ป่วยที่เหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งจะมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูแลต่อ ดังนั้นห้องฉุกเฉินความดันลบนี้ จะเป็นจุดบริการที่ผู้ป่วยใช้บริการไม่นาน ส่วนใหญ่ระยะเวลาเฉลี่ยผู้ป่วยหนักที่ใช้เวลาที่นี่น่าจะประมาณ 2-3 ชั่วโมง เพื่อทำการช่วยชีวิต หากไม่มีห้องลักษณะนี้ผู้ป่วยจะได้รับการดูแลปะปนกับผู้ป่วยอื่น เป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการกระจายโรค แพทย์ที่ทำงานในจุดนี้ จะมีตั้งแต่แพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยในห้องฉุกเฉิน และแพทย์เฉพาะทางด้านอื่นๆ เช่น แพทย์โรคหัวใจ ปอด ICU แม้กระทั่งแพทย์อุบัติเหตุก็จำเป็นต้องใช้ห้องนี้เช่นกัน เนื่องจากในอนาคตหากการแพร่ระบาดเกิดขึ้นเป็นวงกว้างอีกครั้ง ผู้รักษาจะไม่ทราบได้ว่า อาจจะมีผู้ป่วย Covid-19 เกิดอุบัติเหตุแล้วมาห้องฉุกเฉินก็เป็นได้ ดังนั้นการใช้ห้องนี้ จึงมีประโยชน์ต่อแพทย์หลากหลายสาขาอย่างมาก4e119e84cceb20fcc5d8368a69b01a55.jpg
45d28e34b47a234e9e44cce5a34ae46c.jpg
ส่วนงบประมาณในการสร้างห้องฉุกเฉินแยกโรคติดเชื้อทางอากาศแรงดันลบของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ครั้งนี้นั้น ใช้งบประมาณกว่า 5.5 ล้านบาท ซึ่งใช้เงินจากการบริจาคจากผู้มีจิตอันเป็นกุศล ผ่านมูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก และยังมีการบริจาคเพิ่มเติมจากสมาคมศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ด้วย โดยการระดมทุนถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคเงินสมทบทุนผ่านมูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอกในโครงการ “เพื่อผู้ป่วยไวรัสโควิด-19” โดยสามารถร่วมบริจาคได้ที่ มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หมายเลขโทรศัพท์ 053 – 938400 หรือสแกน คิวอาร์โคท บริจาคผ่าน mobile Application หรือ บริจาคผ่านบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ( มหาชน ) บัญชีกระแสรายวัน เลขที่บัญชี 468-069896-8 / หรือบัญชี ธนาคารกรุงเทพจำกัด (มหาชน) บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 968-002053-5 ชื่อบัญชี ” มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ใบเสร็จรับเงินสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้

Most Popular

ซากุระเมืองไทยที่ขุนวางบานสะพรั่งพร้อมมาตรการจำกัดคนเข้าชม

บรรยากาศท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ เริ่มกลับมาคึกคัก จากดอกนางพญาเสือโคร่งที่บานสะพรั่งในหลายยอดดอย โดยเฉพาะที่ขุนวาง ทางศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่(ขุนวาง) วางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเข้มงวด ขณะนี้ดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระเมืองไทย ภายในศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่(ขุนวาง) ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ กำลังบานสะพรั่งเป็นสีชมพูสวยงามเต็มยอดดอย โดยเฉพาะที่บริเวณอุโมงค์ดอกนางพญาเสือโคร่ง ทำให้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศจำนวนมาก พากันเดินทางไปเที่ยวชมความสวยงามกันตลอดทั้งวัน ซึ่งไฮไลท์ของที่นี่คือต้นพญาเสือโคร่งที่ขึ้นเรียงราย ทอดยาวเป็นอุโมงค์พญาเสือโคร่งสีชมพู ถ้าหากเป็นช่วงปกติแล้ว จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไม่ต่ำกว่าวันละ 10,000 คน...

ม.แม่โจ้ส่งมอบดอกกัญชาแห้งบด400กก ให้กรมการแพทย์ผลิตยา

เชียงใหม่-ม.แม่โจ้ส่งมอบล็อตใหญ่ดอกกัญชาแห้งบด400กิโลกรัม มูลค่า16ล้านบาท ตามโครงการปลูกและเก็บเกี่ยวเพื่อการแพทย์ในระบบอินทรีย์ระดับอุตสาหกรรม ให้กรมการแพทย์ ส่งตรงถึงคณะเภสัชศาสตร์ ม.ขอนแก่น เพื่อผลิตยา เผยเร่งวิจัยพัฒนาสายพันธุ์ไทยเตรียมจดทะเบียนระดับโลก ที่โรงปลูกกัญชาอินทรีย์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่,สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5,สถานีตำรวจภูธรสันทราย และสถานีตำรวจภูธรแม่โจ้ ร่วมเป็นสักขีพยาน พิธีส่งมอบดอกกัญชาแห้งบดจำนวน 400 กิโลกรัม...

จนท.ป่าไม้ตรวจสอบพื้นที่ปลูกป่าลุงป้อม-ฌอน ยันไม่ตายแค่ผลัดใบช่วงแล้ง

ผู้บริหารสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่1(เชียงใหม่) นำ จนท.ลงพื้นที่ตรวจสอบทันทีหลังโซเชียลโพสต์ภาพระบุกล้าไม้เหี่ยวแห้งยืนต้นตายบนพื้นที่ห้วยตึงเฒ่า ที่“ฌอน”ไลฟ์โค้ชชื่อดังร่วมปลูกพร้อม“ลุงป้อม”เมื่อปีที่แล้ว ยืนยันแค่ไม้ผลัดใบตามธรรมชาติ ตรวจนับต้นที่ปลูกโดยบุคคลสำคัญทั้งหมด47ต้น ยังอยู่ดีครบทั้งหมด พร้อมย้ำ “ฌอน” แค่คนมาร่วมกิจกรรม ไม่เกี่ยวข้องร่วมจัด จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ “Tee Hit” ได้โพสต์ภาพกล้าต้นไม้ที่ถูกปลูกเรียงเป็นแถว แต่ไม่ได้รับการดูแลและเหี่ยวแห้งตาย มีเพียงฟางหญ้าคลุมไว้ที่โคนต้นเท่านั้น พร้อมบรรยายข้อความว่า “ฌอน นายจำได้ไหม??ป่าที่นายเคยมาปลูก ต้นไม้ที่นายเคยปลูกก็ยังไม่มีใบงอกมาสักใบเลย ผ่านไปเป็นปีแล้ว นายกลับมาดูแลบ้าง???” ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีผู้นำไปแชร์ต่อและเข้าไปแสดงความคิดเห็นวิพากษณ์วิจารณ์จำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นการตำหนิ...

ดอยอินทนนท์กลับมาหนาวจัด2องศากับเหมยขาบที่เกิดขึ้นอีกรอบ

“ดอยอินทนนท์”หนาวจัด2องศาเซลเซียส พร้อมเกิด “เหมยขาบ” สวยงาม ท่ามกลางบรรยากาศท่องเที่ยวสุดเงียบเหงาเหลือนักท่องเที่ยวทั้งวันแค่ร้อยกว่าคน เหตุผวาโควิด-19 ระบาดระลอกใหม่ วันนี้(15 ม.ค.64) ที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ สภาพอากาศยังคงหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง โดยอุณหภูมิต่ำสุดเช้าวันนี้วัดได้ 2 องศาเซลเซียส ที่กิ่วแม่ปานและที่ยอดดอย ซึ่งจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นจัดประกอบกับปัจจัยแวดล้อมที่เหมาะสมส่งผลทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำค้างแข็ง หรือเหมยขาบขึ้นเกาะตามยอดหญ้าเป็นสีขาวโพลน ส่องแสงระยิบระยับสวยงาม อย่างไรก็ตามบรรยากาศแตกต่างจากช่วงปกติที่มักจะต้องมีนักท่องเที่ยวแสดงความตื่นเต้นดีใจและพากันมุงดูถ่ายภาพเป็นที่ระลึก เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์...

Recent Comments